บินดีอย่างมีระดับ กับเที่ยวบินตรงไปฝรั่งเศสด้วยชั้นธุรกิจ “Royal Silk” โดยการบินไทย Airbus A380

cover-d1

“จะ ดีแค่ไหน หากการเดินทางครั้งต่อไป จะเป็นการเดินทางไปพบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เราใฝ่ฝัน และจะดีแค่ไหน หากการเดินทางครั้งนั้น จะเป็นการเดินทางที่สะดวกสบาย สุดแสนประทับใจ”

สวัสดีครับท่าน ผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับผม PocketTH กันอีกครั้งในการเดินทางครั้งใหม่ วันนี้ผมขอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางไปยังดินแดนเมืองน้ำหอม “ประเทศฝรั่งเศส”  ด้วยเที่ยวบินตรงของการบินไทย เที่ยวบินที่ TG930 เส้นทาง สุวรรณภูมิ – ปารีส ชาร์ล เดอ โกล (BKK-CDG) ในชั้นธุรกิจ หรือ Royal Silk Class โดยการเดินทางในเที่ยวบินนี้ ผมได้เดินทางไปในนาม Blogger เพื่อไปเขียนบทความเกี่ยวกับ “พิธีส่งมอบเครื่องบิน Airbus A350XWB ลำแรกของการบินไทย“ที่ บริษัท Airbus เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส

ในบทความนี้ ผมจะเล่าเรื่องราวประสบการณ์การใช้บริการในชั้นธุรกิจ หรือ Royal Silk Class ว่าผมได้รับบริการดี ๆ อะไรมาบ้าง ตั้งแต่ตอน Check-in ยาวไปจนถึงสนามบินปลายทาง และเล่าเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องที่การบินไทยได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเสิร์ฟอาหาร ให้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน รวมไปถึงผมจะเล่าเรื่องราวประสบการณ์การต่อเครื่องบินจาก ปารีส ไปยังเมือง ตูลูส และอาหารมื้อแรกในฝรั่งเศสอีกเล็กน้อยเป็นของแถม เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ขอเชิญท่านผู้อ่านทุกท่านมาชมด้วยกันต่อเลยครับ


“ค่ำวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2559 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ”

img_0410

การ เดินทางได้เริ่มต้นขึ้นที่นี่ “สนามบินสุวรรณภูมิ” ผมได้นัดเจอกันกับคณะผู้ร่วมเดินทางไว้เวลา 21.00 น. ที่แถวเช็คอิน Row A ซึ่งเป็นแถวที่การบินไทยจัดเอาไว้บริการผู้โดยสารในชั้นธุรกิจ (Royal Silk) และ ชั้นหนึ่ง (First Class) โดยเฉพาะ เมื่อถึงเวลานัดหมายแล้ว พวกเราคณะเดินทางจึงได้ไปทำการ Check-in กันทันที และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ผู้โดยสารที่เดินทางในชั้นธุรกิจและชั้น First Class  จะได้ใบผ่านเข้าช่อง Fast Track มาใช้ผ่านแบบสบาย ๆ ซึ่งในช่อง Fast Track นี้ อยู่บริเวณหลัง Row A เลยครับ

ที่ แถวเช็คอินใน Row A นี้ ผมชอบมากเลยครับ ถึงแม้ว่าคนจะเยอะในวันที่ผมไป แต่ก็ดูไม่วุ่นวาย พนักงานบริการรวดเร็วดี มีเบาะโซฟานุ่ม ๆ ให้นั่งสบาย ๆ ระหว่างรอด้วย เรียกได้ว่า รู้สึกดีตั้งแต่ก่อน Check-in เลยหละ

img_0416

ขอขอบคุณ Wi-Ho! ผู้สนับสนุน Pocket Wifi ให้เราได้ใช้ Internet กันในทริปนี้

img_0414

img_0422

เมื่อ เข้ามาในช่อง Fast Track ก็จะเป็นขั้นตอนการตรวจสแกนสัมภาระและร่างกาย ตามขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยตามปกติ และผ่านขั้นตอนการตรวจคนออกนอกเมือง ประทับตราออกจากประเทศไทยในหนังสืิอเดินทางเรียบร้อย ทั้งหมดนี้ ใช้เวลาไม่นานเลยครับ รู้สึกสะดวกดี ประทับใจในความรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวยาวนาน เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น พวกเราก็เดินออกมาจากโซนตรวจคนออกนอกเมือง ลงบันไดเลื่อนมาเล็กน้อย ก็จะเจอกับมุมพักผ่อนสบาย ๆ ที่การบินไทยจัดไว้ให้ นั่นคือ ….

“THAI ROYAL SILK LOUNGE”

img_0426

พวก เราเดินเข้ามาถึงหน้า Lounge ก็นำ Boarding Pass พร้อม Passport ให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบก่อนโดยใช้เวลาแป๊ปเดียว เราก็พร้อมเข้าไปใน Royal Silk Lounge แล้ว บรรยากาศภายใน Lounge ก็คึกคักเต็มไปด้วยผู้โดยสารที่มาใช้บริการกันอย่างมากมาย แต่ภายในความคึกคักนี้ กลับดูไม่วุ่นวาย เพราะผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่ นั่งอยู่ที่โซฟานุ่ม ๆ ที่แต่ละคนได้จับจองพื้นที่เอาไว้ บ้างก็อ่านหนังสือพิมพ์ บ้างก็นั่งคุยกัน บ้างก็นั่งทานอาหารกัน เมื่อผมและคณะเดินทางได้หาที่นั่งได้เรียบร้อยแล้ว ผมก็ขอแยกตัวไปสำรวจ Lounge ที่นี่ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

img_0442

อาหาร การกินของ Lounge นี้ นับว่าดีเลยครับ ในช่วงเวลาที่ผมมาใช้บริการนั้นเป็นช่วงค่ำ อาหารที่นี่จะเป็นแบบบุฟเฟ่ ซึ่งวันนี้ได้มีเกี๊ยวน้ำร้อน ๆ ไว้ให้บริการ อาหารในไลน์ก็จะมีพวก ไส้กรอก ข้าวต้มมัด ขนมปังต่าง ๆ แซนวิส ผลไม้ต่าง ๆ ส่วนน้ำดื่ม ก็มีทั้งน้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย มีให้บริการครบถ้วน เรียกได้ว่า อิ่มกันก่อนขึ้นเครื่องเลยทีเดียว

img_0435

img_0431

img_0439 img_0441

img_0432

ส่วน บริการอื่น ๆ นอกจากจะมีโซฟานุ่ม ๆ ให้นั่งแล้ว ยังมีหนังสือพิมพ์ คอมพิวเตอร์พร้อม Internet และ Internet Wifi ไว้ให้บริการ มีห้องรับรองส่วนตัว ห้องน้ำ รวมไปถึง โซนเด็กเล่น ที่เอาไว้บริการให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย

โดยรวมแล้ว ผมค่อนข้างชอบกับบรรยากาศ Lounge ที่นี่นะ ถึงแม้ว่าคนจะเยอะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกวุ่นวาย คือได้นั่งสบาย ๆ ทานอาหารว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่งพูดคุยกันก่อนเดินทาง เพียงเท่านี้ผมก็พอใจในสิ่งที่ Royal Silk Lounge มีให้แล้ว

“อาหารดี กินอิ่ม นั่งสบาย แบบนี้แหล่ะ Lounge ในแบบนี้ผมต้องการ”

img_0451

พวก เราชาวคณะเดินทางนั่งพักผ่อนกันที่ Royal Silk Lounge กันซักพักจนใกล้เวลาได้ขึ้นเครื่อง พวกเราจึงได้ออกมาจาก Lounge แล้วเดินไปยัง Gate ซึ่งวันนี้จะใช้ Gate C3 และเราก็เห็นจำนวนผู้โดยสารที่รออยู่หน้า Gate จำนวนมากพอสมควร.

img_0454 img_0456

ไม่นาน พนักงานภาคพื้นก็เริ่มประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง โดยผู้โดยสารชั้น Royal Silk และ Royal First ได้สิทธิ์ขึ้นเครื่องก่อนใคร ผมและคณะเดินทางก็เลยได้ขึ้นเครื่องเป็นชุดแรก ๆ เลยครับ เมื่อเข้ามาในเครื่อง ก็ได้รับการต้อนรับจากลูกเรือด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

img_0467

ใน วันนี้ เครื่องบินที่เราจะบินไปปารีสในเที่ยวบิน TG 930 นี้ เป็นเครื่องบิน Airbus A380 ทะเบียน HS-TUE นามพระราชทาน “ศรีราชา” เป็นเครื่องบินลำใหญ่ที่สุดที่การบินไทยให้บริการในขณะนี้ ปัจจุบันมีจำนวน 6 ลำ สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 507 ที่นั่ง แบ่งเป็น ชั้น Royal First จำนวน 12 ที่นั่ง , ชั้น Royal Silk จำนวน 60 ที่นั่ง และชั้น Economy จำนวน 435 ที่นั่ง เครื่องบินลำนี้มีจำนวน 2 ชั้น โดยในชั้นล่าง จะเป็นที่นั่งของชั้น Economy ทั้งหมด ส่วนในชั้นบน ด้านหน้าจะเป็นที่นั่งของชั้น Royal First , ส่วนกลางจะเป็นที่นั่งในชั้น Royal Silk และส่วนท้ายจะเป็นที่นั่งชั้น Economy

seatguru-a380Credit : seatguru.com

โดย ในเที่ยวบินนี้ผมได้นั่งที่นั่ง 22G ในชั้น Royal Silk ซึ่งอยู่ชั้นบนของเครื่องบิน Airbus A380 เมื่อ มาถึงที่นั่ง ผมก็พบกับอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ วางไว้บนที่นั่ง ได้แก่ หมอน ผ้าห่ม หูฟัง รองเท้า น้ำดื่ม และ Amenity Kit เช่น แปลงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก โลชั่น ลิป ถุงเท้า ที่อุดหู หวี ได้ถูกใส่รวมในกระเป๋าให้อย่างดี

thai-a380-royal-silkขอบคุณรูปภาพจาก : www.thaiairways.com

สำหรับ การจัดที่นั่งบนชั้น Royal Silk บนเครื่องบิน Airbus A380 นั้น จะจัดเป็นแบบ 1-2-1 เบาะที่นั่งสามารถปรับเอนได้ถึง 180 องศา กันเลยทีเดียว ถ้านั่งเมื่อย ๆ ก็สามารถสั่งให้เบาะนวดหลังเราได้ด้วย อันนี้ผมชอบมาก หน้าจอของระบบ In Flight Entertainment มีขนาดใหญ่และเป็นระบบสัมผัส เราสามารถกดดูกล้องจากบนหางเครื่องบินได้ด้วย เท่าที่ผมทราบบนเครื่องบินของการบินไทย นอกจาก Airbus A380 แล้ว เครื่องบินน้องใหม่ Airbus A350 ก็เป็นอีกรุ่นที่มีมุมกล้องแบบนี้ให้ดูได้บนจอ IFE ครับ มีปลั๊กแบบ Universal ให้เสียบ และมีช่องเสียบ USB เอาไว้ให้เราใช้งานกันถึง 2 ช่อง ซึ่งสะดวกมากเมื่อเอามาชาร์ตกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ มีช่องเสียบหูฟัง และ ไฟอ่านหนังสือ ที่ปรับระดับความสว่างได้ตามใจเรา มีรีโมทคอนโทรลที่เอาไว้ควบคุมทุกอย่าง ตั้งแต่หน้าจอ IFE ในการเลือกรายการต่าง ๆ , เรียกพนักงานบนเครื่อง จนไปถึงปรับความสว่างของไฟอ่านหนังสือ

img_0472

เมื่อผมจัดการกับสัมภาระที่ผม Carry on ขึ้นเครื่องมาเรียบร้อย ก็ได้นั่งประจำที่ ไม่นานลูกเรือได้นำผ้าร้อนมาบริการให้คู่กับ Welcome Drink พร้อมกับแนะนำตัว ซึ่งในครั้งนี้ คุณ หน่อย ได้มาให้บริการผมครับ โดยคุณหน่อยได้แจ้งผมว่า หากต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็เรียกได้ตลอดเวลาได้เลย. คุณหน่อยแนะนำว่าวันนี้มีเครื่องดื่มอะไรบ้าง ซึ่งได้แนะนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาหลายอย่าง แต่ผมขอรับเป็นน้ำส้มแบบง่าย ๆ แทนครับ. ไม่นานสัญญาณเตือนให้รัดเข็มขัดก็ดังขึ้น ผมก็เตรียมตัวรัดเข็มขัดให้เรียบร้อย เพราะเครื่องบิน Airbus A380 กำลัง Taxi เพื่อเตรียม Take off บินสู่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในอีกไม่นานนี้แล้ว

“การเดินทางกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

img_0478

เมื่อเครื่องบินไต่ระดับได้ที่ จนสัญญาณรัดเข็มขัดดับลง เหล่าลูกเรือก็เริ่มนำของทานเล่นมาให้ทาน และแจกบัตร THAI Sky Connect ให้ใช้ Internet Wifi บนเครื่องบินให้ฟรี 5 MB มาให้ด้วย

img_5530

ของว่างทานเล่นระหว่างรอเสิร์ฟมื้อแรก นั้นจะเป็นถั่ว และเครื่องดื่มที่เราเลือกได้อีก คราวนี้ คุณหน่อยแนะนำ น้ำอัญชัญมะนาว เป็นเครื่องดื่มที่คุณหน่อยภูมิใจนำเสนอมาก และผมก็ลองดูปรากฏว่า ผมชอบมาก ดื่มแล้วสดชื่นเลยครับ มีรสหวานนำ แล้วรสเปรี้ยวเล็กน้อย กลิ่นหอมมาก ประทับใจมากเลยครับกับเครื่องดื่มนี้

img_0503

เมื่อ ทานเสร็จแล้ว คุณหน่อยก็เข้ามาเก็บแก้วและสอบถามว่า ในมือแรก จะเสิร์ฟเป็นมื้อ Dinner  เราจะรับเมนูไหน โดยจะมีอาหารไทย และ อาหารยุโรป ดังนี้

อาหาร ไทย จะมีเมนู ลาบไก่ เป็ดตุ๋นมะนาวดอง ผัดผักขมไฟแดง ข้าวหอมมะลิ และมีให้เลือก 2 อย่าง ระหว่าง คั่วกลิ้งหมู หรือ แกงคั่วกุ้งสัปปะรด โดยจะเสิร์ฟเป็นแบบสำรับแบบไทย

อาหารตะวันตก จะเสิร์ฟเป็นคอร์ส มี 2 แบบให้เลือก

แบบที่ 1 อาหารจานแรก จะเป็นแซลมอนโรลม้วนเนื้อปู ครีมตับเป็ด มะเขือเทศเชอร์รี่กับมอสซาเรลล่าชีส อาหารจานหลัก จะเป็น สเต็กเนื้อ ซอสบราวน์เพสโต ซัลซ่ามะเขือเทศ มันฝรั่งอบ หน่อไม้ฝรั่งผัดเนย

แบบที่ 2 อาหารจานแรก จะเป็น ตับห่านปรุงรส โพเลนต้า แอปเปิ้ลคาราเมล มาร์มาเลตหัวหอม อาหารจานหลัก จะเป็น ปลาแซลมอนอบ ซอสพริกหวาน ซอสบราวน์ พาสต้า ผัดผักขม

โดยทั้ง 2 แบบ จะเสิร์ฟพร้อมกับ ขนมปัง เนย

เมื่อ ทานจานหลักเสร็จแล้ว ก็จะเสิร์ฟขนมปังอีกครั้ง พร้อมกับเนยแข็งต่าง ๆ และผลไม้สดขนมหวาน มีกล้วยบวชชี หรือ ทาร์ตแอปเปิ้ลคาราเมล เสิร์ฟพร้อม ไอศรีมวานิลลา เป็นการปิดท้าย

img_0508

img_0510

img_0512

สำหรับเมนูที่ผมเลือกไว้ จะเป็นเมนูแบบตะวันตกแบบที่ 1 ครับ การเสิร์ฟนั้น เริ่มจากคุณหน่อยได้กางโต๊ะแล้วปูผ้ารองให้เรียบร้อย แล้วนำพวกขนมปัง เนย เครื่องปรุง เกลือ พริกไทย  เครื่องดื่ม มาวางจัดเรียงอย่างสวยงาม ซึ่งผมขอรับน้ำอัญชัญมะนาวเพิ่มอีกแก้วเพราะยังติดใจอยู่เลย และจานแรกคือ ครีมตับเป็ด เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ซึ่งเรียกน้ำย่อยผมได้ดีทีเดียว ปกติแล้ว ผมเป็นคนที่ไม่ทานเครื่องในเลย เพราะไม่ชอบกลิ่นของเครื่องใน แต่วันนี้ ผมขอลองทานดู ปรากฏว่า ผมทานได้สบาย ๆ ถึงแม้ว่ายังมีกลิ่นของตับอยู่บ้าง แต่มันไม่แรงจนเกินไป และเมื่อนำมาทำเป็นครีมแล้ว เลยอร่อยลงตัว กลายเป็นเมนูที่ผมชอบไปเลยครับ ส่วน เมนูแซลมอนโรลม้วนเนื้อปู เนื้อแซลมอนม้วนมาด้านในเป็นเนื้อปูที่ผ่านการปรุงรสมาแล้วบดให้เป็นก้อน กินเพลิน ๆ ได้ดีทีเดียว อันนี้ก็โอเคเลยครับ ส่วนมะเขือเทศเชอร์รี่กับมอสเซเรลล่าชีส มาในรูปแบบเสียบไม้ ผมกินพร้อมกันทีเดียวคำเดียวหมด รสชาติโอเคดีครับ กลิ่นชีสจัดเต็มคละคลุ้งเต็มปาก ตัดกับความหวานของมะเขือเทศเชอร์รี่ได้ดีทีเดียว

“อาหารเรียกน้ำย่อยจานนี้ อร่อยดีจนน่าประทับใจ”

img_0529

เมนูต่อมานั้น คือเมนูจานหลัก เป็นเมนูสเต็กเนื้อราดซอสบราวน์เพสโตซัลซ่ามะเขือเทศ และมี มันฝรั่งอบ และ หน่อไม้ฝรั่งผัดเนย เป็นเครื่องเคียง สำหรับเมนูจานหลักนี้โดยรวมแล้วรสชาติอร่อยดี เสียดายนิดเดียว ที่สเต็กเนื้อ ไม่สามารถเลือกความสุกในระดับ Medium-rare แบบที่ผมชอบได้ ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการครับ การเสิร์ฟเนื้อเลยต้องเสิร์ฟในระดับความสุข Medium ทำให้เนื้อมีความเหนียวอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เหนียวจนทานยากเกินไป เมื่อทานคู่ไปกับเครื่องเคียงแล้ว รสชาติก็ไปด้วยกันด้วยดี กินเพลิน ๆ แป๊ปเดียวก็หมดจานแล้วครับ

“ถึงแม้จะเหนียวไปหน่อย แต่รสชาติก็อร่อยดี”

img_0539 img_0543 img_0540

เมนูต่อมา เป็นของทานเล่นล้างปาก จะเป็นผลไม้ และขนมปัง พร้อมกับเนยแข็งชนิดต่าง ๆ ซึ่งถึงตรงนี้ ผมทานได้นิดหน่อยก็ไปต่อไม่ไหวแล้วครับ อิ่มมาก เลยบอกลูกเรือคุณหน่อยว่า ขอพอแค่นี้ ไม่รับของหวานและไอศรีมที่คุณหน่อยกำลังจะเตรียมเสิร์ฟต่อไปแล้วครับ คุณหน่อยเลยสอบถามเมนูอาหารเช้าที่จะเสิร์ฟในมื้อถัดไปก่อนเครื่องลง ว่าจะรับเมนูอาหารเช้าแบบไหน และให้ปลุกเพื่อมารับประทานอาหารไหม ผมก็ตอบตกลงไปว่าช่วยปลุกผมให้ด้วยครับ เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณหน่อยก็จัดการเก็บภาชนะ ผ้าปูโตะจนเรียบร้อย แล้วแจ้งว่า หากต้องการอะไร สามารถเรียกได้เลย ผมเลยขอน้ำเปล่าอีก 1 แก้ว ไม่นาน คุณหน่อยก็นำมาให้พร้อมกับแจ้งว่า ด้านข้างยังมีน้ำแร่ไว้บริการ 1 ขวดด้วย หากกลางคืนหิวน้ำ สามารถหยิบมาดื่มได้เลย ผมกล่าวขอบคุณแล้วคุณหน่อยกล่าวราตรีสวัสดิ์กับผมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

img_0487

img_5519

เมื่อผมก็ลองเล่นระบบ In Flight Entertainment บนเครื่อง ก็พบกับหนังเรื่อง Captain America : Civil War ก็ตกใจเลย เพราะถือว่าอัพเดทใหม่มาก ก็เลยเสียบหูฟัง แล้วดูไปจนครึ่งเรื่อง ก็เริ่มง่วงแล้วครับ เลยหาเพลงฟังบ้าง ค้นไปค้นมา เจอเพลงของนักร้องชาวญี่ปุ่นที่ผมชอบอีกคนนึง คือ May’N ก็เลยฟังเพลงของเธอแล้วก็นอนหลับแบบสบาย ๆ ไปครับ

img_0580

หลับ ไปได้ซัก 5 ชั่วโมงกว่า ๆ ผมก็ตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ แล้วก็ตาสว่างเลยครับ เลยดูหนัง Captain America ต่อจากเมื่อคืนจนจบ ก็ใกล้เวลาเสิร์ฟมื้อเช้าพอดี

สักพักนึง คุณหน่อย ลูกเรือที่คอยให้บริการผมก็นำผ้าร้อนและน้ำเปล่ามาให้ดื่มเพื่อความสดชื่น พร้อมเตรียมทานมื้อเช้า โดยมื้อเช้าวันนี้จะมี 2 แบบให้เลือก แบ่งเป็นแบบไทย และ แบบตะวันตก

แบบไทย จะเสิร์ฟ ข้าวต้มปลากะพง พร้อมไข่ทอดหัวหอม

แบบตะวันตก จะมี 3 แบบให้เลือก ระหว่าง

แบบที่ 1 ไข่กวน เบคอน ผัดมันฝรั่งและเห็ด ผัดซูกินีกับฮาเชลนัท มะเขือเทศเชอร์รี่

แบบที่ 2 จะเป็นอาหารจานเย็น เช่น แฮม ซาลามี่ เนยแข็งกรุยแยร์

แบบที่ 3 จะเป็นอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัล ได้แก่ขนมปังต่างชนิด เนย แยม

img_0556 img_0573

โดยก่อนจะเสิร์ฟนั้น ก็จะมีการเสิร์ฟผลไม้ ขนมปัง เนย แยม โยเกิต ก่อน แล้วตามด้วยเมนูที่เลือกไว้ ซึ่งผมเลือกแบบตะวันตกแบบแรก เพราะอยากทานไข่กวนครับ สำหรับเมนูไข่กวนนั้น รสชาติอร่อยดี ไข่กวน กวนมานิ่ม ๆ ที่ความสุกกำลังดี  เมื่อนำมากินกับเครื่องเคียงต่าง ๆ ตั้งแต่ เบคอน มันฝรั่ง เห็ด และอื่น ๆ ก็เข้ากันดี  กินเพลิน ๆ แป็ปเดียวก็หมด อิ่มพอดีสำหรับอาหารเบา ๆ ในมื้อเช้าแบบนี้เลยหละ

“เป็นอาหารมื้อเช้าแบบเบา ๆ ที่อร่อยลงตัว”

img_0584

img_5532

ระหว่างรอถึงจุดหมายปลายทาง ลูกเรือก็ได้นำใบ Acces No.1 ซึ่งเหมือนใบ Fast Track ของทางสนามบิน CDG มาแจกให้กับผู้โดยสารชั้น Royal Silk และ Royal First ทุกคนได้ เข้าคิวช่องตรวจคนเข้าเมืองช่องพิเศษโดยเฉพาะ หลังจากแจกเสร็จแล้ว ผมก็ได้พูดคุยกับคุณหน่อย ลูกเรือที่คอยให้บริการผมเกี่ยวกับการเสิร์ฟอาหาร

คุยไปคุยมาก็ทราบมาว่า ตอนนี้การบินไทยได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเสิร์ฟอาหารแบบใหม่แล้ว โดยถ้าผู้โดยสารเลือกเมนูอาหารไทย ก็จะเสิร์ฟแบบสำรับสไตล์ไทยเลย คือผู้โดยสารสามารถเลือกได้เลยว่า ต้องการอะไรบ้าง และจะจัดใส่ถ้วย ใส่ชาม มาให้แยกกัน และค่อย ๆ ทยอยเสิร์ฟแบบคอร์สเหมือน สไตล์ตะวันตกเลยครับ แต่ถ้าหากผู้โดยสารยังเลือกอาหารแบบแบบตะวันตก ก็จะยังคงเสิร์ฟเป็นคอร์สแบบเดิม และสิ่งสำคัญที่เพิ่มเติมมาใหม่คือ มีเมนูให้เลือกมากขึ้น โดยเฉพาะเมนูนอกเวลาเสิร์ฟปกติ ผู้โดยสารสามารถเลือกเมนูพิเศษได้เพิ่มเติม เช่น

– เส้นหมี่น้ำ ลูกชิ้นหมู , ผัดไทยกุ้ง , คีชเบคอนและหัวหอม เสิร์ฟพร้อมผัดสลัด

โดย การเสิร์ฟแบบใหม่นี้ จะมีให้บริการในชั้น Royal Silk และ Royal First เท่านั้น ในชั้น Economy ยังเป็นการเสิร์ฟแบบเดิมเหมือนเดิมครับ

คุณหน่อยยังบอกอีกว่า น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ลองสั่งผัดไทยกุ้งมาลองทานดู คุณหน่อยอยากนำเสนอมาก เห็นว่าอร่อยมากจนเป็นเมนูแนะนำเลย ผมก็เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้สั่ง เพราะว่าแค่เมนูหลักปกติ ก็ทำผมอิ่มจนไปต่อไม่ไหวแล้ว

“เรียกได้ว่า การเดินทางครั้งนี้ อาหารดี กินอิ่มท้อง นอนสบาย ประทับใจสุด ๆ”

img_0593

เผลอ แป๊ปเดียว กัปตันก็ประกาศว่า อีกไม่นานก็จะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว คุณหน่อยก็เข้ามาขอบคุณที่ใช้บริการการบินไทย และหวังว่าจะได้พบกันอีกในครั้งหน้า คุณหน่อยได้ชวนผมคุยด้วยว่า มาครั้งนี้มาเที่ยวรึป่าว มากี่วัน ผมบอกว่า มา 3 วันครับ และจะกลับมาพร้อมกับเครื่อง Airbus A350 ในเที่ยวบินส่งมอบ ซึ่งตอนนั้น คุณหน่อยก็เพิ่งทราบครับว่าผมมาเขียนบทความด้วย ผมเลยแจ้งคุณหน่อยว่า เดี๋ยวผมจะเขียนบทความรีวิวการเดินทางในเที่ยวบินนี้ให้ด้วยนะ เราพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ผมก็กล่าวขอบคุณคุณหน่อยที่คอยให้บริการผมเป็นอย่างดีและน่าประทับใจ ก่อนที่คุณหน่อย จะขอตัวไปทำงานต่อ

img_0596

img_0609

เครื่อง บิน Airbus A380 คุณศรีราชา ได้เริ่มไต่ระดับลงแล้วค่อย ๆ แตะพื้นรันเวย์อย่างนิ่มนวล ที่สนามบิน ปารีส ชาร์ล เดอ โกล (CDG) และได้ Taxi จนเข้าสู่ Gate แล้ว ผมและคณะเดินทาง ได้ออกจากเครื่องแล้วก็เจอกับพนักงานภาคพื้นคนหนึ่งถือป้ายชื่อพวกเรารออยู่ หน้าประตูเครื่องเลยครับ

img_0612 img_0613 img_0616 img_0623 img_0624

การเดินทางในครั้งนี้ เรามาในฐานะแขกของบริษัท Airbus ทางบริษัท Airbus เลยอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพิ่มเข้ามาให้ โดยเริ่มตั้งแต่พนักงานคนนี้ที่มารอเราตั้งแต่ประตูเครื่องบินเลยครับ พวกเราคณะเดินทางได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างดีจากพนักงานท่านนี้ (ผู้หญิงที่ใส่ชุดดำสะพายกระเป๋าในรูป) ตั้งแต่พาไปทำพิธีตรวจคนเข้าเมือง พาไปรับกระเป๋า พาขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปอีก Terminal จนกระทั่งช่วยทำการ Check in ผ่านตู้คีออสให้ ผมต้องขอขอบคุณจริง ๆ เลยครับ เพราะถ้าไม่ได้พนักงานคนนี้ ผมคงทำอะไรไม่ถูกแน่ ๆ ดีไม่ดี อาจจะไปต่อเครื่อง เพื่อเดินทางไปตูลูสไม่ทัน เพราะสนามบิน CDG นั้น ทั้งใหญ่มากและชวนงงมาก

ไหน ๆ ก็พูดถึงการ Check-in ที่สนามบินแห่งนี้แล้ว ก็ขอเล่าให้ฟังเล็กน้อยกันต่อดีกว่า ตอน ทำ Self Check-in นั้น ก็ไม่มีขั้นตอนอะไรมากครับ แค่เอา Passport ไป scan ที่เครื่อง แล้วเครื่องก็จะพบข้อมูล booking ของเรา จากนั้นก็เลือกจำนวนกระเป๋าที่เราจะโหลด พอเลือกแล้ว ก็จะมีสติกเกอร์พร้อม Tag ให้เราเอาไปติดกระเป๋า ส่วน Tag อีกชิ้นจะเป็นสติกเกอร์ก็เก็บไว้กับตัว แล้วก็รับ Boarding pass เสร็จแล้ว !! ดูเหมือนจะยาก แต่พอดูพนักงานเขาทำให้แล้ว ก็ไม่ยากอย่างที่คิด

หลังจากที่ทำการ Self Check-in แล้ว พนักงานคนนี้ก็ขอแยกตัว เธอบอกกับพวกเราว่า หน้าที่เธอจบที่ตรงนี้ ต่อไปก็จะเป็นการเอากระเป๋าไป drop ที่ช่อง Bag drop ด้วยตัวเอง หลังจากนี้ไป ก็แทบไม่เจอพนักงานอำนวยความสะดวกแล้ว เราต้องเจอกับตู้คีออส ให้เราทำด้วยตัวเองแล้ว

“ความสนุกกับการงงในสิ่งใหม่ ๆ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว”

โชค ดีที่คณะเรา มีกัปตันเทิน Turn Jetrider มาด้วย พี่เทินเขาเคยมาที่นี่แล้ว เมื่อสมัยที่พี่เทินยังบินเครื่องบินแบบ Boeing 747 เลยคุ้นเคยกับระบบแบบนี้บ้าง พี่เทินเลยจัดการทำให้ดู พอดูแล้วก็ไม่ยากเท่าไรนะ

วิธีการทำ Bag drop ก็ง่าย ๆ แค่เอาที่ scan barcode ไปยิง barcode ใน boarding pass ของเราก่อน จากนั้นเครื่องก็จะให้เรายิง barcode ตัวสติกเกอร์ที่ติดกระเป๋า แล้วก็ยกกระเป๋าใส่สายพาน เมื่อทุกอย่างไม่เจอปัญหาอะไร ก็เสร็จเรียบร้อยก็เดินหล่อ ๆ เข้าไปใน Gate กันต่อได้เลย

แน่นอนครับว่า ก่อนเข้า Gate ก็ต้องตรวจเอกสารและสัมภาระก่อน อันนี้ไม่ต่างจากเมืองไทยครับ

img_0627

img_0631

ด้าน ในหลังจากผ่านด่านตรวจแล้ว เราก็จะพบกับร้านค้ามากมายที่คอยดักเงินในกระเป๋าเรา แต่พวกเรามีเวลาไม่มาก เพราะใกล้เวลา Boarding ในเที่ยวบินถัดไปแล้ว พวกเราเลยไม่ได้เดิน Shopping ตามที่คิดไว้เลยครับ พวกเราเอาแต่รีบเดินมาที่ Gate กันทันทีเพราะกลัวตกเครื่อง

img_0635

ในครั้งนี้ เราจะบินไปเมืองตูลูส ด้วยสารการบิน Air France เที่ยวบินที่ AF7518 CDG-TLS โดยใช้เครื่องบิน Airbus A321 ทำการบินในเที่ยวบินนี้. เท่าที่ดูด้วยสายตา ผมคิดว่าผู้โดยสารน่าจะเกือบเต็มลำแน่ ๆ ครับ เพราะหน้า Gate คนเยอะมาก

ตอน จะผ่าน Gate เข้าไปในเครื่อง ก็ต้องผ่านเครื่องคีออสอีก เราต้องเอา Boarding pass ไป scan ที่ตู้คีออส ประตูถึงจะเปิดให้เราผ่านไปได้ อันนี้ไม่ยากครับ

img_0634

ขึ้น เครื่องแล้ว ก็เก็บกระเป๋า นั่งประจำที่ วันนี้ผมได้ที่นั่ง 05D ริมทางเดิน อดนั่งริมหน้าต่างอีกแล้ว แอบเสียดายเล็กน้อย พอเครื่องขึ้นปุ๊ป เหล่าลูกเรือก็ให้บริการอาหารกันตามปกติ เป็นขนมคุ๊กกี้ และน้ำดื่ม ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ แต่ผมแอบดีใจนึงนะว่า ..

“ในที่สุด ก็ได้เจอคนมาให้บริการซักที”

img_5539
img_5541

เสียดาย ที่ผมถ่ายรูปบรรยากาศในเที่ยวบินนี้มาได้มากน้อยมาก เพราะผมไม่ค่อยมั่นใจว่าผมจะถ่ายรูปบนเครื่องบินได้มากแค่ไหน ถ่ายภาพขณะที่ลูกเรือกำลังทำงานได้ไหม ? ถ่ายบรรยากาศให้เห็นผู้โดยสารเต็มลำได้ไหม ? ถ่ายโดยไปเห็นหน้าผู้โดยสารท่านอื่นจะเป็นอะไรรึป่าว ? ถ้ามีปัญหาจะโดนกัปตันดีดผมออกจากเครื่องไหม ? ผิดกฏหมายอะไรไหม ? จะโดนจับตอนเครื่องลงไหม ? เรื่องนี้ผมคิดอยู่ตลอด เพราะผมมาต่างบ้านต่างเมือง ผมก็ไม่รู้ว่ากฏหมายที่นี่เขาห้ามอะไรบ้าง ห้ามมากน้อยแค่ไหน จนตัดสินใจขอไม่ยกกล้อง DSLR มาถ่ายภาพดีกว่า แต่อย่างน้อย ๆ ผมก็แอบเอามือถือถ่ายภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้ท่านผู้อ่านได้ดูนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ

img_5540

พวก เรานั่งเครื่องบินลำนี้ บินไปชั่วโมงกว่า ก็ถึงสนามบิน Toulouse แล้วครับ ในตอนจังหวะเครื่องแตะพื้นรันเวย์ แม้ผมจะนั่งริมทางเดิน แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่หน้าต่าง ผมเห็นฝั่งโรงงานบริษัท Airbus อยู่ไกล ๆ ด้วยความตื่นเต้น และผมเห็นเครื่องบินต่าง ๆ มากมายจอดเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก และที่ผมเห็นอยู่แว๊บเดียวและรู้สึกตื่นเต้นมากจนร้องในใจออกมาว่า ….

“เฮ้ย !!! นั่นเบลูก้า !!!!!”

นี่ เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเครื่องบินเบลูก้า “ของจริง” จอดอยู่ 4 ลำเรียงรายกันด้วยสายตาตัวเอง นาทีนั้น ผมตื่นเต้น นั่งยิ้มอย่างมีความสุข ใครจะไปคิดหละครับว่า ชีวิตนี้ ผมจะมีโอกาสได้เห็นเครื่องบินในตำนานลำนี้ได้ซักครั้งในชีวิต เสียดายที่เวลาผ่านไปเร็วมากจนผมยกมือถือมาถ่ายภาพไม่ทัน

“นี่แหล่ะครับ ความสุขเล็ก ๆ อย่างหนึ่งของคนชอบดูเครื่องบินอย่างผม”

img_0639

เมื่อ เครื่องบินจอดสนิทจนสัญญาณรัดเข็มขัดดับลง ผมลงจากเครื่องบิน แล้วเดินไปรับกระเป๋าที่สายพาน จากนั้นก็มีคณะจากบริษัท Airbus มาคอยต้อนรับพวกเรา และ พาเราขึ้นรถบัสไปยังโรงแรม Radisson Blu Hotel Toulouse Airport

img_0641 img_0643 img_0644

โรงแรม แห่งนี้ เป็นโรงแรมสบาย ๆ ที่อยู่ใกล้กับสนามบินมาก เพียง 5 นาทีก็ถึงแล้ว พวกเราคณะเดินทางก็ได้ทำการ Check-in เก็บของในห้องให้เรียบร้อย แล้วก็มารับประทานอาหารมื้อแรกในโรงแรมนี้ โดยทาง Airbus เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ผมขอรีวิวอาหารมื้อนี้เป็นของแถมให้ท่านผู้อ่านเป็นการส่งท้ายบทความตอนนี้ ก็แล้วกัน …

img_0646 img_0645 img_0649

เริ่ม ที่จานแรก เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย เป็นเหมือนสลัดน้ำยำใส่กุ้งและหอย โรยด้วยผักต่าง ๆ และพริกป่น มีรสชาติเผ็ดหน่อย ๆ  รู้สึกรสชาติออกมาทางเอเชียมากกว่าทางยุโรปนะ จานนี้ กินจนเกลี้ยงจานเลย จานนี้ชอบมากครับ ให้เต็ม 10 เลย

img_0650 img_0652

จาน ที่สอง เป็นเสต็กหมูครับ เนื้อหมูค่อนข้างจืดและเหนียว แต่พอมีน้ำราด และกินกับเครื่องเคียง ถือว่าพอไปด้วยกันได้ จานนี้ กินจนหมดจานเช่นกัน ให้ 7/10 ครับ

img_0655

จาน สุดท้าย ของหวาน เป็นเค้กรสผลไม้อะไรซักอย่างที่ผมนึกไม่ออก ราดด้วยซอสหวานคล้าย ๆ แยม ด้านบนปักด้วยช๊อกโกแล็ต จานนี้ อร่อยดีครับ ไม่หวานมากเกินไป ได้กลิ่นผลไม้ เนื้อเค้กนุ่มดีมาก เมื่อทานคู่กับน้ำราด ก็ได้รสชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว จานนี้ให้ 10 เต็มเลย

ผมเจอ Culture shock เรื่องอาหารการกินอยู่นิดหน่อยก็คือ เรื่องน้ำดื่ม ที่นี่เขามีน้ำดื่มอยู่ 2 แบบ คือ น้ำเปล่าแบบปกติที่เรียกว่า Still Water และ น้ำเปล่าที่อัดแก๊สที่เรียกว่า Sparkly Water ซึ่งมันก็คล้ายกันกับน้ำโซดา นั่นเอง ผมลองดื่ม Sparkly Water ดูแล้ว รู้สึกไม่ชอบอย่างแรง อารมณ์มันเหมือนกินน้ำโซดาเปล่า ๆ เลยครับ มันรู้สึกแปลก ๆ ทุกครั้งที่ได้ดื่มจนต้องเรียกหาน้ำเปล่าแบบปกติอยู่เสมอ จนถึงวันกลับ ผมก็ยังไม่คุ้นชินอยู่ดี เรื่องนี้นับว่าเป็น Culture shock ด้านอาหารการกินที่ผมปรับตัวตามไม่ทันในช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่นี่จริง ๆ ครับ

เมื่อ ทานกันเสร็จแล้ว ทาง Airbus ได้เชิญพวกเราไปยังพิพิธภัณฑ์อากาศยานของ Airbus เพื่อไปดูประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของเครื่องบินต่าง ๆ ที่ Aeroscopia Museum ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงงาน Airbus ที่นี่มีอะไรน่าสนใจมากมาย เพราะที่นี่เต็มไปด้วย……..

“ประวัติศาสตร์ในอดีต ที่คอยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นปัจจุบัน”

เรื่อง ราวในตอนต่อไป จะเป็นการพาทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และยังมีเรื่องราวของเมืองตูลูส และโรงงานประกอบชิ้นส่วนขั้นสุดท้ายของบริษัท Airbus ที่ผมอยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ซึ่งผมขอยกไว้ไปเป็นตอนหน้า โปรดติดตามตอนต่อไป เร็ว ๆ นี้ครับ

img_0668


และนี่คือบทความทั้งหมดในซีรีย์  “บินตรงไปรับมอบเครื่องบิน Airbus A350 ลำแรกของการบินไทย ณ เมืองตูลูส ประเทศ ฝรั่งเศส” จำนวน 4 ตอนหลัก และ 1 ตอนพิเศษ

ตอนที่ 1 :บินดีอย่างมีระดับ กับเที่ยวบินตรงไปฝรั่งเศสด้วยชั้นธุรกิจ “Royal Silk” โดยการบินไทย Airbus A380
ตอนที่ 2 :ชวนมาดูเครื่องบินรุ่นเก่าที่เป็นตำนาน ณ พิพิธภัณฑ์อากาศยาน Aeroscopia เมืองตูลูส ฝรั่งเศส
ตอนที่ 3 :  อยากรู้ไหมว่าเขาสร้างเครื่องบินกันยังไง ? เราไปดูเขาประกอบเครื่องบินที่โรงงาน Airbus ประเทศฝรั่งเศสกันเถอะ
ตอนที่ 4 : ประสบการณ์จากตูลูสถึงเมืองไทย กับเที่ยวบินส่งมอบเครื่องบิน Airbus A350 ลำแรกของการบินไทย
ตอนพิเศษ : รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์ กับข้อมูลน่ารู้ของเครื่องบินแบบใหม่ล่าสุด Airbus A350 XWB


  • ขอบคุณการบินไทย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารภาพลักษณ์องกรณ์ ฝ่ายโซเชียลมีเดีย ที่ได้ให้โอกาส Blogger อย่างผม ได้มีโอกาสไปร่วมงานแห่งความทรงจำครั้งนี้ และให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ครับ
  • ขอขอบคุณ Wi-Ho! ผู้สนับสนุน Pocket Wifi ให้เราได้ใช้ Internet กันในทริปนี้
  • ขอบคุณพี่แก้ว พี่หนึ่ง ที่คอยให้การสนับสนุนการทำงานของผมได้เป็นอย่างดี และให้คำแนะนำที่ดีเสมอมา
  • ขอบ คุณพี่เทิน กัปตันสุดหล่อ ที่คอยให้คำแนะนำต่าง ๆ และให้ความรู้ด้านการบินเพิ่มเติมกับผมได้อย่างสนุกสนาน พี่เป็นพี่ชายที่น่ารักมากครับ
  • ขอบคุณพี่ได๋ ไดอาน่า พี่สาวสุดน่ารัก ที่ชวนผมไปถ่ายภาพและชวนผมคุยตลอด พี่โพสท่าสวยมาก ผมนับถือในความเป็นมืออาชีพของพี่เลย
  • ขอบคุณพี่วิน Vin Buddy ที่ถ่ายภาพสวย ๆ ให้กับงานนี้อย่างมืออาชีพ จนผมต้องทึ่งในความเก่งของพี่
  • ขอบคุณทีมงานการบินไทยทุกคน ที่ช่วยทำให้งานนี้ออกมาดีจนผมรู้สึกประทับใจ
  • และสุดท้าย ผมขอขอบคุณพี่แอ๊ด ที่คอยให้การสนับสนุนผมมาตลอดครับ


cover-d1

4 thoughts on “บินดีอย่างมีระดับ กับเที่ยวบินตรงไปฝรั่งเศสด้วยชั้นธุรกิจ “Royal Silk” โดยการบินไทย Airbus A380

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.