อยากรู้ไหมว่าเขาสร้างเครื่องบินกันยังไง ? เราไปดูเขาประกอบเครื่องบินที่โรงงาน Airbus ประเทศฝรั่งเศสกันเถอะ

cove-day-2-all

“ผลิตชิ้นส่วนจากหลายประเทศ จนเป็นผลงานชิ้นเอกของแผ่นดิน
แล้วนำมาประกอบทีละชิ้น สร้างจนเสร็จสิ้น ณ ที่แห่งนี้”

สวัสดีครับ หลังจากเมื่อตอนที่แล้ว ผมได้พาท่านผู้อ่านไปชมบรรยากาศในพิพิธภัณฑ์อากาศยาน Aeroscopia และเที่ยวเมืองตูลูส ฝรั่งเศส กันไปแล้ว วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องในโรงงาน Airbus ในส่วนของ Customer Definition Centre (CDC) และ โรงงานประกอบเครื่องบินขั้นสุดท้าย Airbus A350 Final Assembly Line (FAL)  โรงงานที่ประกอบเครื่องบินก่อนที่จะส่งมอบให้ลูกค้าที่สั้งซื้อเครื่องบินจากบริษัท Airbus

ในบทความนี้ ผมจะอธิบายให้เห็นภาพเลยว่า กว่าจะมาเป็นเครื่องบินแต่ละลำ มันเริ่มต้นจากตรงไหน จนจบกระบวนการพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าเลยครับ

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ขอเชิญอ่านกันต่อได้เลย….


cover

“เช้าวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2016”

เช้าวันนี้ ผมตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นหลังจากที่นอนหลับสบายอย่างเต็มอิ่ม ผมจึงอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงมาทานอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ของโรงแรม เพื่อเตรียมแรงไว้ลุยงานทั้งวันในวันนี้ ที่ผมและชาวคณะ Social Thai พร้อมสื่อมวลชนทุกคน มีนัดกับทางบริษัท Airbus ในการเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศภายในโรงงาน Airbus ในเวลา 9.30 น.

img_5686

เมื่อถึงเวลานัดหมาย รถบัสของบริษัท Airbus ก็มารับตรงตามเวลาเป๊ะ การเดินทางก็เริ่มต้นขึ้นจากโรงแรม ไปยังโรงงาน Airbus โดยก่อนที่จะเข้าไปในเขตโรงงาน Airbus นั้นก็ต้องมีการตรวจสอบเอกสารกันก่อน ซึ่งทุกคนจะต้องนำ Passport ไปแสดงเพื่อแลกกับบัตรอนุญาตเข้าเขตโรงงาน ซึ่งบัตรใบนี้เราจะใช้แสดงตัวตลอดเมื่อผ่านเข้าออกเขตโรงงานเลยครับ โดยสถานที่แรกที่เราจะไปนั้นคือ Airbus Customer Definition Centre หรือ CDC ซึ่งเป็นที่ที่น่าสนใจอยู่พอสมควร

ภายในอาคาร CDC นี้ มีการจำลองบรรยากาศภายใน Cabin หรือ ในลำตัวเครื่องบินออกมาให้สมจริง โดยจะมีเก้าอี้ที่นั่งผู้โดยสารประเภทต่าง ๆ จัดแสดงเอาไว้ให้ดูอย่างมากมาย แต่ก่อนที่เราจะเข้าไป CDC นั้น เราได้มาเข้าฟังรายละเอียดของบริษัท Airbus และ รายละเอียดของเครื่องบิน Airbus A350 กันก่อนที่ห้อง Meeting rooms

img_0934

ภายในห้อง Meeting rooms นั้น ก็เหมือนห้องประชุมนี่แหล่ะครับ ด้านในก็มีของว่างน้ำดื่มบริการให้พร้อม เมื่อถึงเวลา คุณ ฟรองซัวส์ โอเบ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เครื่องบิน Airbus A350XWB ก็ได้เริ่มต้นบรรยาย เนื้อหาใจความผมขอสรุปคร่าว ๆ ให้อ่านง่าย ๆ ดังนี้ …

img_0944

การบินไทยกับบริษัท Airbus เนี่ย มีความร่วมมือทำธุรกิจกันมายาวนานกว่า 40 ปีแล้ว ตั้งแต่การบินไทยเริ่มสั่งเครื่องบิน Airbus A300B4 ครั้งแรกเมื่อปี 2520 และก็ได้สั่งเครื่องบินอยู่เรื่อย ๆ มา ตั้งแต่ Airbus A300B4 จนไปถึงรุ่นล่าสุดอย่าง Airbus A350-900 ที่สั่งเมื่อปี 2554 และได้เริ่มรับมอบในเดือนสิงหาคม ปี 2559 นี้ 

img_0946

Airbus Group เป็นผู้ผลิตเครื่องบินระดับโลก และเป็นองค์กรระดับโลกอย่างแท้จริง มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส มีพนักงานทั้งหมด 55,000 คน เครื่องบินของบริษัท Airbus ที่บินให้บริการอยู่ในขณะนี้ มีจำนวนมากกว่า 8,900 ลำ จากสายการบิน,ผู้ปฏิบัติการมากกว่า 400 ราย มีเที่ยวบินรายวันมากกว่า 28,เที่ยวบินต่อวัน โดยเฉลี่ยแล้ว เครื่องบินแอร์บัส จะขึ้นหรือลงจอดในทุก ๆ 1.5 วินาที (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2559)

หลังจากเปิดตัว Airbus A350XWB ไปแล้ว มีลูกค้า 29 ราย สั่งซื้อทั้งเครื่องบิน A330 และ A350 และร้อยละ 86 ของลูกค้าที่สั่งซื้อเครื่องบิน A350 นั้น ยังมีเครื่องบิน A330 ใช้งานอยู่

ถึงจุดนี้ผมทราบมาว่า เพราะในส่วนของ Cockpit การควบคุมเครื่องบิน Airbus A350 มีอะไรที่คล้ายกันกับ Airbus A330 ทำให้นักบินเครื่องบิน A330 ย้ายมาบินกับเครื่องบิน A350 ได้ โดยใช้ระยะเวลาอบรมเพิ่มเติมนั้นใช้ระยะเวลาน้อยกว่าเดิม และนี่คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สายการบินหลายสายที่มี A330 อยู่แล้ว หันมาให้ความสนใจเครื่องบิน A350 กันพอสมควรเลยทีเดียว

Airbus คาดการณ์ว่า การจราจรทางอากาศจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในอีก 15 ปีข้างหน้า และคาดการณ์ไว้ว่า การเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางส่วนใหญ่จะถูกขับเคลื่อนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคนี่เอง และยังมีตลาดเกิดขึ้นใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต โดยคาดการไว้ว่า ในปี 2034 จะมีกลุ่มชนชั้นกลางมากถึง 4,721 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากจำนวน 2,703 ล้านคนในปี 2014

img_0947

เครื่องบิน Airbus A350XWB ได้ถูกผลิตด้วยอัตตราการผลิตที่สูง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่โตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ปัจจุบันมียอดสั้งซื้อ 810 ลำ ส่งมอบไปแล้ว 35 ลำ ที่เหลือ ยังรอการส่งมอบอีก 775 ลำ โดยมีสายการบินรับมอบเครื่องบินไปแล้ว 8 สายการบิน ได้แก่ การ์ต้าแอร์เวล์ เวียดนามแอร์ไลน์ ฟินน์แอร์ สายการบินแทม สิงคโปรแอร์ไลน์ คาเธ่ย์แปซิฟิค เอธิโอเปียน และล่าสุดคือ การบินไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2559)

“พรุ่งนี้ การบินไทยจะเป็นสายการบินที่ 8 ที่รับเครื่องบินลำนี้อย่างเป็นทางการ”

เครื่องบิน Airbus A350XWB เป็นเครืองบินที่มีการออกแบบที่ทรงประสิทธิภาพ โครงสร้างเครื่องบินมีความอัจฉริยะและน่าสนใจ มีระบบที่ทนทาน ใช้งานง่าย มีอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัย ใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สำคัญ ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษนี้ ยังช่วยลดต้นทุนในการปฏิบัติการได้ถึง 25%

img_0948

วัสดุที่ใช้ทำเครื่องบิน Airbus A350XWB ใช้วัสดุที่เหมาะสมตามชิ้นส่วนต่าง ๆ ในเครื่องบิน กว่า 53% นั้นเป็นวัสุด Composite ซึ่งมีคุณสมบัติไร้การสึกกร่อนและความล้า โดยจะอยู่ในตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่ ปีกเครื่องบิน, กล่องกลางปีกเครื่องบินและคานกระดูกงู, ส่วนหางรูปกรวย, แผงพื้นผิวเครื่องบิน, โครง ปีกเสริม ประตูผู้โดยสาร และ ประตูคาร์โก้ และใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานอย่าง Titanium อีก 14% ในโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักแรงกดได้สูง เช่น บริเวณล้อมรอบประตู , Landding gear ส่วนวัสดุอื่น ๆ ได้แก่ อลูมิเนียมลิเทียม 19% เหล็ก 6% และอื่น ๆ อีก 8 %

img_0949

ปีกจนถึงปลายปีกของเครื่องบินที่มีลักษณะโค้งงออย่างสวยงามนั้น ได้ถูกพัฒนามาจากการสังเกตุพฤติกรรมของนกอินทรีย์ ซึ่งในระหว่างการบินนั้น จะมีการปรับเปลี่ยนรูปร่างให้เหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานพลังงานอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

เครื่องยนต์ที่ใช้คือ Rolls-Royce Trence XWB  บริษัท Rolls-Royce ผู้ผลิตเครื่องยนต์นี้ ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า

“เป็นเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของโลก”

img_0950

การบินไทยได้จัดที่นั่งสำหรับชั้นธุรกิจไว้ 32 ที่นั่ง และ ชั้นประหยัด 289 ที่นั่ง ด้วยขนาดห้องโดยสารที่กว้าง ทำให้สามารถจัดที่นั่งชั้นประหยัดได้ขนาด 18 นิ้ว ระบบความบันเทิงพัฒนามาถึงรุ่นที่ 4 (IFE Gen 4) มีไฟปรับบรรยากาศในห้องโดยสารแบบ LED เต็มรูปแบบ  ห้องโดยสารเงียบกว่าเดิมเมื่อเทียบกับกลุ่มเครื่องบินประเภทเดียวกัน

Airbus A350XWB มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เช่น ลดจำนวนที่นั่ง เพิ่มขนาดความจุเชื้อเพลิง เพื่อกลายเป็นแบบ Ultra Long Range (ULR) ทำให้บินได้ไกลกว่าเดิม หรือ เพิ่มจำนวนที่นั่ง ลดกำลังเครื่องยนต์ และน้ำหนักเครื่องบิน เพื่อลดต้นทุนในการปฏิบัติการในแต่ละ Flight เหมาะสำหรับเที่ยวบินระยะสั้น

“Airbus A350 จึงเป็นเครื่องบินที่ปรับแต่งได้ตามความเหมาะสมของแต่ละสายการบินได้เป็นอย่างดี”

img_0951

สำหรับเครื่องบิน Airbus A350XWB ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม นั่นคือ Airbus A350-1000 จะเริ่มให้บริการภายในปี 2560 ซึ่งมีการทดสอบเที่ยวบินแรกไปแล้วในเดือน กรกฎาคม 2559 ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา มียอดคำสั่งซื้อไปแล้ว 193 ลำ จากลูกค้า 11 ราย

img_0954

ถึงตรงนี้แล้ว หากใครสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องบิน Airbus A350XWB แบบเจาะลึก ผมขอเชิญท่านอ่านบทความที่ผมเคยเขียนไปแล้วในเรื่อง “รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์ กับข้อมูลน่ารู้ของเครื่องบินแบบใหม่ล่าสุด Airbus A350 XWB” ได้เลยครับ

เมื่อเราฟังบรรยายเสร็จแล้ว ทีมงาน Airbus ได้พาเราไปยัง Airbus Customer Definition Centre (CDC) ต่อเลยทันที ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องประชุมเท่าไร ด้านในอาคาร CDC นั้น ทางทีมงาน Airbus เขาแจ้งไว้เลยว่า ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในได้เลยทุกกรณี ทำได้เพียงแค่ดูด้วยตาและฟังบรรยายจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น ก็เล่นเอาผมไปไม่เป็นเลยครับ

“แล้วผมจะเอารูปอะไรมาเล่าให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพหละเนี่ย ?”

แต่พอกลับเมืองไทย ผมกลับมาดูข้อมูลที่ทาง Airbus เขาแจกให้กับทุกคน ก็มีรูปใน Customer Definition Centre (CDC) อยู่นิดหน่อยด้วย ผมเลยเอารูปที่เขาอนุญาตให้เผยแพร่ มาใช้ประกอบบทความนี้เลยก็แล้วกันครับ

Customer Definition Centre

img_0955

img_0960

ภายในอาคาร CDC จะมีลำตัวเครื่องบินแบบจำลอง (Cabin) มีอยู่หลากหลายแบบ ตั้งแต่ Airbus A320 A330 A350 A380 เรียกได้ว่ามีครบให้ดูได้เลย อาคารด้านในจะเป็นหลังคาทึบ สลับกับ หลังคาใส ให้แสงรอดเข้ามาได้อย่างสม่ำเสมอ ดูเป็นแสงที่สวยกำลังพอดี ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกค้าที่สั่งซื้อเครื่องบินประเภทต่าง ๆ ได้มาเลือกดูที่นั่งประเภทต่าง ๆ แล้วตัดสินใจว่า จะให้ติดตั้งเบาะที่นั่งแบบไหน ซึ่งที่นี่มีที่นั่งหลากหลายแบบมากให้เลือกตามความต้องการของลูกค้า

เมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่ได้พาพวกเราไปยัง Mock-up ของเครื่องบิน Airbus A350 กันก่อนเลย ซึ่งเมื่อผมก้าวเข้ามาในลำตัวห้องโดยสาร Mock-up A350 นี้ ก็ร้องอื้อหือในใจเลย

“ด้านใน สวยมากกกกกกก”

a350-cabin-mock-upa350-xwb_airspace-by-airbus_designa350-xwb_airspace-by-airbus_ambience a350-xwb_airspace-by-airbus_leadshot

สิ่งที่ผมเห็นคือ ด้านในตกแต่งดูดีมาก ดูทันสมัย ใน Concept “Airspace” ซึ่งดูเหมือนยานอวกาศในภาพยนต์เลย มีไฟ LED ส่องสว่างเป็นสีที่ดูสบายตา ตัดกับที่เบาะที่นั่งสีเทาน้ำตาล มันดูดีอย่างบอกไม่ถูก ตรงกลางตกแต่งด้วย Counter Bar เล็ก ๆ กั้นระหว่างที่นั้งชั้น Business Class และ Economy Class. ผู้บรรยายได้พาเราไปดูที่นั่งชั้น Buniness Class ก่อน ซึ่งผมเห็นแล้วชอบมาก ที่นั่งจัดเป็นแบบ 1-2-1 เพดานด้านบนเปิดโล่ง ไม่มีชั้นวางกระเป๋าแต่อย่างใด ซึ่งทาง Airbus แจ้งว่า ตรงนี้เป็น Option ที่สายการบินเลือกได้ว่าต้องการให้มีชั้นวางกระเป๋าตรงกลางด้านบนหรือไม่ ซึ่งช่องเก็บกระเป๋าของ A350 นั้น มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ ทำให้บรรจุกระเป๋าได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยการบินไทยได้เลือกให้มีชั้นวางกระเป๋าตรงกลางเพิ่มขึ้นมาด้วย. จากนั้นผู้บรรยายพาพวกเราไปดูว่า หาก Airbus A350 จัดที่นั่งแบบ First Class นั้น จะเป็นอย่างไร ซึ่งอยู่ด้านหน้าเครื่อง Mock-up หลังม่านถัดจาก Business Class นั่นเอง

เมื่อก้าวผ่านม่านก็พบกับอีกโลกหนึ่งที่ดูหรูหราต่างจากห้องโดยสารเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนอยู่ใน Lounge ระดับหรูเลย ตรงนี้มีที่นั่งชั้น First Class จำนวน 4 ที่นั่ง จัดแบบ 1-2-1 เอาไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง มีจอ IFE ที่มีขนาดใหญ่มาก ผมจำไม่ได้ว่ากี่นิ้ว แต่น่าจะประมาณ 32 นิ้วขึ้นไปแน่นอน (จนแอบคิดว่า ใหญ่เกินไปไหมเนี่ย) ผู้บรรยายบอกว่า ณ ตอนนี้ ยังไม่มีสายการบินไหนสั่งที่นั่งแบบ First Class บน Airbus A350 แต่ในอาคาร CDC แห่งนี้ก็ได้จัดให้ลูกค้าเห็นภาพว่า หากจะจัดที่นั่ง First Class บน A350 แล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไร

ผู้บรรยายเชิญเราเดินย้อนกลับมาด้านหลังเพื่อดูที่นั่งชั้น Economy ในระหว่างที่เดินไป ก็ได้ผ่านโซนห้องโดยสารที่ไม่มีเก้าอี้จัดวางอยู่เลย ผู้บรรยายบอกว่า เมื่อเอาเก้าอีกออกทั้งหมด ก็จะกว้างแบบนี้เลย ซึ่งผมดูแล้วรู้สึกกว้างโล่งจริง ๆ ตรงนี้ ผู้บรรยายได้บอกเสริมว่า เครื่องบิน Airbus A350 ได้ออกแบบมาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้วัสดุที่เบาแต่ทนทาน ทำให้เครื่องบินสามารถปรับความกดอากาศภายในห้องโดยสารได้ดีกว่าเดิม โดยปรับได้ที่ระดับ 6000 ฟุต เมื่อเครื่องบินบินอยู่ในระดับสูง รวมถึงระบบถ่ายเทอากาศ ที่ทำใหม่ทุก ๆ 2-3 นาที และยังมีไฟ LED 16.7 ล้านสี ที่สามารถปรับสีให้เหมาะสมกับการเดินทางในช่วงเวลาต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ ทำให้ผู้โดยสารที่โดยสารกับเครื่องบิน Airbus A350 รู้สึกสบาย ลดอาการภาวะ Jet Lag ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย

a350-xwb_airspace-by-airbus_comforta350-xwb_airspace-by-airbus_services

จากนั้นผู้บรรยายพาเรามายังโซนที่นั่ง Economy ต่อ ตรงนี้ได้แบ่งเป็น 2 แบบ คือ Premium Economy ซึ่งจัดที่นั่งแบบ 2-4-2 และ Economy ปกติ ซึ่งจัดที่นั่งแบบ 3-3-3 สิ่งที่ต่างกันอีกคือ ระยะห่างระหว่างแถว และความสบายของเก้าอี้ที่แน่นอนว่า Premium Economy นั้นดูสบายกว่ามาก ส่วนที่นั่ง Economy ก็รู้สึกนั่งสบาย ไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เพราะมีระยะห่างระหว่างเบาะมากขึ้นกว่าเดิม ผู้บรรยายบอกว่า เบื้องหลังระบบ IFE Gen 4 ของ Airbus A350 นี้ ผู้ออกแบบได้เลือกใช้สายไฟเบอร์ออปติก ทำให้ส่งข้อมูลได้มากขึ้นกว่าเดิม ทุกอย่างเลยเร็วขึ้น จนทำให้ส่งภาพรายละเอียดสูงสู่จอ IFE ได้ดีขึ้นกว่าเดิม จุดเด่นอีกอย่างของที่นั่งในชั้นประหยัดทั้งหมดคือ ตรงที่นั่งริมหน้าต่างจะมีส่วนโค้งเว้าออกมากกว่าเดิม ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง จะรู้สึกมีเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อบริเวณศรีษะอยู่ชิดกับหน้าต่างอีกต่อไป

ผู้บรรยายได้บอกอีกว่า การออกแบบ Cabin ใหม่ของ Airbus A350 ยังมีอะไรแอบซ่อนอยู่อีกนะ แล้วก็เอามือไปจับช่องเก็บสัมภาระเหนือศรีษะ แล้วบอกว่า เราออกแบบช่องมือจับพิเศษเอาไว้ด้านบนตรงนี้ เพื่อเวลาเกิดเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ ที่ผู้โดยสารหรือลูกเรือ ต้องการการทรงตัวเป็นพิเศษในตอนที่กำลังยืนอยู่ เช่น เครื่องตกหลุมอากาศ เครื่องสั่น หรือการเดินสวนกัน ปกติแล้ว ผู้โดยสารหรือลูกเรือจะมีพฤติกรรมจับเบาะเพื่อการทรงตัว แต่ช่องที่ออกแบบพิเศษนี้ ทำให้ผู้โดยสารหรือลูกเรือไม่ต้องจับเบาะอีกต่อไป สามารถมาจับตรงนี้แทนได้ จะได้รบกวนผู้โดยสารที่นั่งอยู่ตรงเบาะนั้นได้น้อยลงไป ตรงนี้เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่น่าสนใจเลยทีเดียว

a380_budget-economy_class

จากตรงนี้ ก็จบในส่วนของภายใน Mock-up เครื่องบิน Airbus A350 แล้วครับ ผู้บรรยาายก็พาเราไปยัง Mock-up เครื่องบินลำอื่น เช่น Airbus A380 ซึ่งก็น่าสนใจไม่แพ้กัน และที่รู้สึกทึ่งเลยคือ ได้เห็นการจัดที่นั่งแบบ 3-5-3 คือจำนวน 11 ที่นั่งต่อ 1 แถว ภายใน Mock-up ของ A380 นี่แหล่ะครับ จากนั้นผู้บรรยายก็พาเราไปดู Concept การจัดที่นั่งบนเครื่องบิน Airbus A330NEO ซึ่งเป็น Mock-up เล็ก ๆ ผ่ากลางเอาไว้ ภายในนั้นสวยงามมาก จัดบรรยากาศได้ดี คือ รู้สึกได้เข้าใกล้ธรรมชาติ มีเสียงน้ำตก เสียงนกร้อง อะไรแบบนี้ด้วย บวกกับบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่จัดเป็นโทนสีม่วง มีลายต้นไม้ที่ดูสมัยใหม่ ทำให้ผมรู้สึกว่า เหมือนนั่งอยู่บนเครื่องบินในอนาคตที่จำลองบรรยกาศเหมือนเราอยู่ในป่าเลย ผู้บรรยายบอกว่า Airbus A330NEO ที่เห็นนี่เป็นเพียง Concept ที่ยังต้องพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ และจะมีการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นกว่าเดิมอีก แต่สำหรับผมแล้ว แค่นี้ก็เจ๋งแล้วหละครับ

“ชอบเลย นั่งเครื่องบิน แล้วได้ยินเสียงนกร้อง เสียงน้ำตกแบบธรรมชาติ บวกกับการปรับโทนสีห้องโดยสารให้ดูสบาย แต่ล้ำสมัย”

lunch-day-2

เมื่อเราดูงานใน Airbus Customer Definition Centre (CDC) เสร็จแล้ว ทางบริษัท Airbus ได้พาเราไปทานอาหารมื้อเที่ยงที่ห้องรับรอง โดยบริษัท Airbus เป็นเจ้าภาพในการจัดเลี้ยง อาหารมื้อนี้ เป็นอาหารยุโรปที่ดูดีเลยทีเดียว

ทานเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาไปยังสถานที่ที่ผมอยากมามากที่สุดในทริปนี้ นั่นคือ โรงงานประกอบเครื่องบินขั้นสุดท้าย Airbus A350 Final Assembly Line (FAL) นั่นเอง เรานั่งรถบัสโดยสารจากอาคาร CDC ไปยังโรงงานแห่งนี้. ก่อนที่จะถึงเขตโรงงาน ก็ได้มีการตรวจสอบความปลอดภัยเล็กน้อยด้วยการตรวจบัตรอนุญาตเข้าโรงงานที่เราได้มาเมื่อตอนเช้านั่นเอง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย รถบัสก็ขับเข้าสู่เขตโรงงาน แล้วมาจอดหน้าทางเข้าอาคารโรงงานแห่งนี้…

“ที่ ๆ ผมอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองซักครั้งในชีวิต”

Airbus A350 Final Assembly Line

img_1003

img_1009

ตรงทางเข้า ผมเห็นโมเดล Airbus A350 ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ 1 ลำ ด้วย แน่นอนครับ ผมไม่พลาดที่จะเก็บภาพมาฝาก และตรงนี้เอง ผู้บรรยายได้บรรยายเล็กน้อยเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้ พร้อมกับบอกข้อควรปฎิบัติและข้อห้ามต่าง ๆ เช่น ต้องเดินในโซนที่กำหนดไว้เท่านั้น และให้อยู่กันเป็นกลุ่ม อย่าแยกเดี่ยวไปไหน ส่วนข้อห้ามเรื่องการถ่ายภาพ ก็มีเช่น ห้ามถ่ายภาพเครื่องบินโดยเห็นโลโก้ของสายการบินลูกค้า และ หมายเลขตัวเครื่องบินเด็ดขาด ให้ถ่ายภาพในบริเวณที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น รวมไปถึง ห้ามถ่ายภาพพนักงานตอนทำงานแบบเฉพาะเจาะจงอีกด้วย (ถ่ายแบบไกล ๆ ได้) ถึงตอนนี้ ผมคิดในใจว่า น่าจะได้ภาพกลับมาเขียนบทความน้อยอีกแน่เลย แต่ยังดีที่ทาง Airbus แจกภาพมาให้ภายหลัง ซึ่งผมจะนำมาใช้เขียนประกอบบทความนี้แทนครับ

img_1013 img_1014

เมื่อบรีฟกันเสร็จแล้ว ผู้บรรยายก็พาเราเข้าสู่ด้านในของโรงงาน FAL วินาทีแรกที่ก้าวผ่านประตู ผมก็รู้สึกถึงบรรยากาศของโรงงานทันที ผมได้ยินเสียงเหล็กกระทบกันคลอไปกับเสียงเพลงเบา ๆ มองซ้าย มองขวา ก็เห็นเครื่องบิน Airbus A350 ในสภาพยังไม่ทำสีอยู่เต็มไปหมด ผมอยากจะยกกล้องขึ้นมาถ่ายแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะตรงนี้เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพแต่อย่างใด เลยเดินตามผู้บรรยายไปตามทางที่กำหนดจนถึงบริเวณที่จัดนิทรรศการเล็ก ๆ ตรงนี้ ผู้บรรยายได้เริ่มบรรยายแล้วครับ

a350-xwb-fal-1

ผู้บรรยายได้กล่าวอย่างภูมิใจเลยว่า โซนอาคาร FAL นี้ถูกสร้างขึ้นมาบนเนื้อที่ 11 ไร่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดเท่าที่ Airbus เคยสร้างอาคารมา ตั้งแต่มีการรีไซเคิลของที่ได้ระหว่างการก่อสร้าง ใช้แสงจากธรรมชาติในการส่องสว่างภายใน จนไปถึงใช้พลังงานแสงอาทิตย์ถึงอัตราร้อยละ 55 ของพลังงานที่จำเป็นในอาคาร. อาคารหลักแห่งนี้ จัดเป็นรูปตัว L ครอบคลุมเนื้อที่ 7.2 ไร่ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งร้านค้า สถานที่สำหรับทำ Work Shop และ สำนักงาน

ผู้บรรยายกล่าวถึงกระบวนการความคิดเกี่ยวกับการประกอบเครื่องบิน Airbus A350 ว่า เป็นแนวคิดแบบใหม่ ที่เพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาการทำงานลงได้ เช่น การติดตั้งภายในห้องโดยสาร ขั้นตอนจะแตกต่างจากเครื่องบินรุ่นอื่น ๆ โดยจะติดตั้งพร้อมกันต้้งแต่ตอนประกอบส่วนหาง และ ปีก ซึ่งสามารถลดระยะเวลาจากวิธีเดิมได้ถึง 20-30 % เลยทีเดียว

img_1016

pre-fal

ชิ้นส่วนของเครื่องบิน Airbus A350 ได้มาจากหลายการผลิตจากหลายประเทศในทวีปยุโรป ตั้งแต่สหราชอาณาจักร เยอรมัน สเปน และ ฝรั่งเศส โดยการขนส่งชิ้นส่วนทั้งหมดผ่านเครื่องบินขนาดใหญ่ Airbus Beluga มายังโรงงานแห่งนี้ เพื่อเริ่มกระบวนการเข้าสู่การประกอบในขั้นตอนสุดท้าย และผู้บรรยายก็เริ่มบรรยายถึงขั้นตอนการเริ่มประกอบเครื่องบินในโรงงานแห่งนี้ ผมจึงขอเล่าโดยสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ 9 ขั้นตอนดังนี้

a350arrivesintls_fal3

  • 1) เมื่อสร้างชิ้นส่วนเครื่องบิน Airbus A350XWB จากโรงงานต่าง ๆ ในหลายประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว เครื่องบิน Airbus Beluga จะบินไปรับชิ้นส่วนเหล่านั้น แล้วนำชิ้นส่วนต่าง ๆ กลับมาส่งที่โรงงานแห่งนี้เพื่อรอการประกอบในขั้นตอนสุดท้าย

a350xwb-msn3-assembly-startup_2

  • 2) Station 59 งานแรกเริ่มต้นที่นี่ งานหลักของที่นี่คือ ติดตั้งห้องพักลูกเรือ และ ห้องสุขาก่อนที่จะนำไปประกอบใน Station ต่อไป

a350_xwb_fal_start_2

  • 3) Station 50 การประกอบเริ่มต้นขึ้นที่นี่เป็นที่แรก โดยการเริ่มเชื่อมส่วนหัว ส่วนลำตัว และส่วนท้าย รวมไปถึงใส่ Noise Landing Gear หรือชุดล้อเครื่องบินส่วนหน้าที่นี่ โดยขั้นตอนทั้งหมด สามารถทำพร้อมกันได้ทีเดียวทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้ว ก็จะได้เครื่องบินที่มีเฉพาะลำตัวเปล่า ๆ ยังไม่มีปีก และหางแต่อย่างใด ซึ่งจะต้องไปประกอบใน Station ต่อไป

img_1020 img_1021img_1022

  • 4) Station 40 ขั้นตอนที่ Station นี้ จะมีการติดตั้งอยู่หลายส่วน เริ่มตั้งแต่งานภายใน ห้องโดยสาร จะเริ่มติดตั้งที่นี่ รวมไปถึงติดตั้งระบบไฟฟ้า และงานภายนอก เช่นติดตั้ง ถังเชื้อเพลิง เสาไพลอนส์ และ ปีก จะเริ่มติดที่นี่ รวมไปถึงปีกส่วนหางทั้งหมด ตั้งแต่ Vertical และ Horizontal Tail Plane รวมไปถึง Tail Cone ที่เป็นรูปกรวยปิดท้าย และสุดท้าย ล้อส่วนหลัก หรือ Main Landing Gear ก็จะถูกติดตั้งในขั้นตอนนี้ เมื่อเสร็จการประกอบใน Station นี้ เราก็จะได้เครื่องบินที่ดูเกือบสมบูรณ์ในภายนอกแล้ว และขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการทดสอบต่าง ๆ และติดตั้งเก้าอี้ภายใน ที่ Station ต่อไป
“ที่ Station 40 นี้เอง เป็นที่ ๆ ผมและชาวคณะ Social Thai และผู้สื่อข่าว ได้เข้ามาดูงานในวันนี้”

fal-a350-station-30-006

  • 5) Station 30 ที่นี่จะเป็นส่วนของ Indoor Test ทดสอบระบบต่าง ๆ ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุมจักรกล เช่น ควบคุมทิศทางปีกต่าง ๆ และเริ่มมีการติดตั้งเก้าอี้โดยสารต่าง ๆ ในขั้นตอนนี้เอง เมื่อเสร็จแล้ว ก็จะไปสู่ Station ต่อไป
  • 6) Station 18 จะเป็นสถานีทดสอบที่ใช้ร่วมกันกับเครื่องบิน Airbus A330 โดยจะทดสอบระบบสื่อสาร แรงดันภายในห้องโดยสาร ซึ่งจะมีการปรับแต่งเรื่องประตูต่าง ๆ เช่น ประตูที่ผู้โดยสารใช้ และประตูที่เอาไว้โหลดสัมภาระต่าง ๆ ที่นี่ รวมไปถึงทดสอบเรื่องมาตรวัดต่าง ๆ เช่น ถังเชื้อเพลิง และวัดขนาดความถูกต้องให้ตรงตามมาตรฐาน เมื่อทุกอย่างผ่านแล้ว ก็จะไปสู่ Station ต่อไป

a350_xwb_msn1_fuselage_painting_05a350_xwb_msn1_fuselage_demasking_06

  • 7) Painting เป็นขั้นตอนทำสีให้กับเครื่องบิน ซึ่งโรงงาน Airbus ที่เมืองตูลูสแห่งนี้ มีโรงทำสีอยู่ 4 โรง โดยใช้ทำสีให้กับเครื่องบิน A330 A350 A380 ระบบการทำสีที่นี่ จะใช้ปืนสเปรย์ที่ใช้ระบบไฟฟ้าสถิตในการทำสี ที่มีแรงดันและฟุ้งกระจายในปริมาณที่พอดี ทำให้ใช้สีไม่มากเกินไป ส่งผลให้เครื่องบินมีน้ำหนักที่เบาขึ้นด้วย โดยสีที่ใช้ จะใช้สีจากโพลียูรีเทนและตัวทำละลายที่มีการระเหยง่าย (Volatile Organic Compound) เพื่อให้สอดคล้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ดี เมื่อทำสีเสร็จแล้ว ก็จะไปสู่ Station ต่อไป

a350-xwb-engine-mounting_tam-engine

a350_xwb_trent_engine_mounting4

  • 8) Station 20 เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการติดตั้ง ตรงนี้จะมีการตกแต่งภายในห้องโดยสารให้เรียบร้อย รวมไปถึงการติดตั้งภายในห้องนักบิน และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ลืมไม่ได้เลยคือ เครื่องยนต์ ได้ติดตั้งที่ station นี้ นั่นเอง

AC-736-HG

  • 9) ขั้นตอนสุดท้าย จะเป็นการ Test flight หรือบินทดสอบ เมื่อไม่พบปัญหาใด ๆ ก็จะเสร็จสิ้นแล้วรอบส่งมอบให้กับลูกค้าต่อไป

และนี่คือสิ่งที่ผู้บรรยายได้อธิบายอย่างคร่าว ๆ ให้ฟัง ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง ถึงจะเสร็จสิ้นทั้งหมด ผู้บรรยายยังบอกอีกว่า บริษัท Airbus ได้พยายามที่จะเพิ่มกำลังการผลิตออกไปให้มากขึ้น จากเดิมปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่จะผลิดให้ได้ 50 ลำ และในอนาคตได้ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2018 นี้ จะผลิตเครื่องบิน Airbus A350 ให้ได้ถึงเดือนละ 10 ลำ

img_1074

เมื่อผมฟังบรรยายจบแล้ว ผมก็เดินดูบรรยากาศเล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมกับถ่ายภาพที่พยายามไม่ให้เห็นในสิ่งที่ทีมงาน Airbus ขอเอาไว้ (ส่วนหางที่เป็นโลโก้สายการบินลูกค้า และ หมายเลขประจำตัวเครื่อง) ไม่นานนัก ผู้บรรยายก็พาเราไปดูเครื่องบิน Airbus A350-1000 ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล A350XWB (ของการบินไทย สั่งแบบ A350-900) ซึ่งลำที่เรามาเห็นนั้น เป็นเครื่องสำหรับทดสอบ สร้างมาเป็นลำที่ 2 ของซีรี่ย์ A350-1000 แล้ว ผู้บรรยายบอกว่า สำหรับลำนี้ สามารถถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ตามสบายได้เลย เพราะเป็นของบริษัท Airbus เองนั่นเอง ตรงจุดนี้เอง ทำให้ผู้สื่อข่าวหลายคน ได้เก็บภาพที่จุดนี้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการใช้เป็นฉากหลังในการทำข่าว ซึ่งผมเองก็เก็บภาพมาฝากครับ และก็ได้ถ่าย Video บรรยากาศมาฝากไว้นิดหน่อยด้วย

Video Clip สั้น ๆ พร้อมบรรยายบรรยากาศภายในโรงงานแห่งนี้

a350-100-f-wlxv

และนี่คือรูปถ่ายของเครื่องบิน Airbus A350-1000 ลำที่สองของ Airbus ซึ่งลำเดียวกันกับที่ผมไปดูงานในโรงงานในวันนั้นที่เห็นในภาพด้านบน ซึ่งในภาพนี้ เครื่องบินได้ผ่านขั้นตอน Paint สีเสร็จแล้ว และกำลังไปยัง Station 20 เพื่อติดตั้งเครื่องยนต์ต่อไป

จากตรงนี้ กิจกรรมเยี่ยมชมโรงงานก็เสร็จสิ้นแล้ว เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน ผมยังรู้สึกไม่เต็มอิ่มกับบรรยากาศที่นี่เลยครับ อยากอยู่ต่อ เดินเล่นในโรงงานแห่งนี้ทั้งวันเลยจริง ๆ ที่นี่เขาเปิดเพลงฟังไป ประกอบเครื่องบินไป ดูเพลิดเพลินมีความสุขดีจังเลยครับ จนผมเชื่อว่า ……..

“เครื่องบินที่สร้างจากโรงงานนี้ ก็มาจากการทำงานที่มีความสุขเช่นกัน”

นี่คือ Video แสดงการประกอบเครื่องบิน Airbus A350XWB ครับ


กิจกรรมต่อไปของผมและคณะ Social Thai คือการไปงานเลี้ยง Gala dinner คืนนี้ ซึ่ง Airbus เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง ซึ่งงานนี้เป็นงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการเพื่อแสดงความยินดีกับการบินไทย ที่ได้สั่งซื้อเครื่องบินกับทางบริษัท Airbus นั่นเอง

img_1118 img_1120 img_1134 img_1154 img_1175

สถานที่จัดงานนั้นคือ LE MANOIR du prince ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสนามบินทางทหารแห่งหนึ่ง ที่นี่อยู่นอกเมืองตูลูสพอสมควรเลยครับ บรรยากาศในงานเลี้ยงนั้น เริ่มจากการจัด Cocktail party แบบสบาย ๆ ด้านนอก แล้วไปต่อ Dinner ด้านในห้องโถงกันต่อ

dinner-day2

พวกเรานั่งกับทีมงาน Airbus กันเหมือนเคย พูดคุยกันสบาย ๆ อาหารที่เสิร์ฟมาก็อร่อยถูกปากดีครับ บรรยากาศภายในงานก็เหมือนงานเลี้ยงทั่วไป มีการกล่าวแสดงความยินดีระหว่างผู้บริหารซึ่งกันและกัน ยกแก้ว Cheer แสดงความยินดีให้กัน แล้วก็ทานอาหารอร่อย ๆ จากเชฟฝีมือดี

เราอยู่งานเลี้ยงจนงานเลี้ยงจบ ก็ได้เวลากลับโรงแรม เพื่อเตรียมตัวพักผ่อน เพราะวันพรุ่งนี้ งานใหญ่รอเราอยู่ และการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของผมก็รออยู่เช่นเดียวกัน ….

“พรุ่งนี้ เราจะได้บินกลับเมืองไทย ด้วยเครื่องบิน Airbus A350 ลำนี้”

IMG_1313

เรื่องราวของพิธีส่งมอบเครื่องบินจะเป็นอย่างไร ? การเดินทางบนเครื่องบิน Airbus A350 ลำแรกของการบินไทยจะเป็นอย่างไร ? บรรยากาศในเครื่องบินเที่ยวบินพิเศษ เที่ยวบินส่งมอบ จากเมืองตูลูส สู่เมืองไทยจะเป็นแบบไหน ? โปรดติดตามอ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ


และนี่คือบทความทั้งหมดในซีรีย์  “บินตรงไปรับมอบเครื่องบิน Airbus A350 ลำแรกของการบินไทย ณ เมืองตูลูส ประเทศ ฝรั่งเศส” จำนวน 4 ตอนหลัก และ 1 ตอนพิเศษ

ตอนที่ 1 :บินดีอย่างมีระดับ กับเที่ยวบินตรงไปฝรั่งเศสด้วยชั้นธุรกิจ “Royal Silk” โดยการบินไทย Airbus A380
ตอนที่ 2 :ชวนมาดูเครื่องบินรุ่นเก่าที่เป็นตำนาน ณ พิพิธภัณฑ์อากาศยาน Aeroscopia เมืองตูลูส ฝรั่งเศส
ตอนที่ 3 :  อยากรู้ไหมว่าเขาสร้างเครื่องบินกันยังไง ? เราไปดูเขาประกอบเครื่องบินที่โรงงาน Airbus ประเทศฝรั่งเศสกันเถอะ
ตอนที่ 4 : ประสบการณ์จากตูลูสถึงเมืองไทย กับเที่ยวบินส่งมอบเครื่องบิน Airbus A350 ลำแรกของการบินไทย
ตอนพิเศษ : รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์ กับข้อมูลน่ารู้ของเครื่องบินแบบใหม่ล่าสุด Airbus A350 XWB


  • ขอบคุณการบินไทย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารภาพลักษณ์องกรณ์ ฝ่ายโซเชียลมีเดีย ที่ได้ให้โอกาส Blogger อย่างผม ได้มีโอกาสไปร่วมงานแห่งความทรงจำครั้งนี้ และให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ครับ
  • ขอขอบคุณ Wi-Ho! ผู้สนับสนุน Pocket Wifi ให้เราได้ใช้ Internet กันในทริปนี้
  • ขอบคุณพี่แก้ว พี่หนึ่ง ที่คอยให้การสนับสนุนการทำงานของผมได้เป็นอย่างดี และให้คำแนะนำที่ดีเสมอมา
  • ขอบ คุณพี่เทิน กัปตันสุดหล่อ ที่คอยให้คำแนะนำต่าง ๆ และให้ความรู้ด้านการบินเพิ่มเติมกับผมได้อย่างสนุกสนาน พี่เป็นพี่ชายที่น่ารักมากครับ
  • ขอบคุณพี่ได๋ ไดอาน่า พี่สาวสุดน่ารัก ที่ชวนผมไปถ่ายภาพและชวนผมคุยตลอด พี่โพสท่าสวยมาก ผมนับถือในความเป็นมืออาชีพของพี่เลย
  • ขอบคุณพี่วิน Vin Buddy ที่ถ่ายภาพสวย ๆ ให้กับงานนี้อย่างมืออาชีพ จนผมต้องทึ่งในความเก่งของพี่
  • ขอบคุณทีมงานการบินไทยทุกคน ที่ช่วยทำให้งานนี้ออกมาดีจนผมรู้สึกประทับใจ
  • และสุดท้าย ผมขอขอบคุณพี่แอ๊ด ที่คอยให้การสนับสนุนผมมาตลอดครับ

cove-day-2-all

3 thoughts on “อยากรู้ไหมว่าเขาสร้างเครื่องบินกันยังไง ? เราไปดูเขาประกอบเครื่องบินที่โรงงาน Airbus ประเทศฝรั่งเศสกันเถอะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.