กว่าจะมาเป็นอาหารบนเครื่องบินต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้างนะ ? ไปบุกครัวการบินให้รู้เรื่องกันเลยดีกว่า

IMG_1832

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านที่คลิ๊กเข้ามาอ่านบทความนี้ ท่านคงสงสัยใช่ไหมครับว่า อาหารบนเครื่องบินนั้นมาจากไหน มีขั้นตอนอย่างไรกว่าจะได้มาอยู่บนเครื่องบินเพื่อเสิร์ฟร้อน ๆ ให้ท่านได้ทานกัน ทำไมรสชาติถึงไม่อร่อยกว่าที่ควรจะเป็น พอท่านอ่านบทความนี้จบท่านก็จะได้รับคำตอบครับ

ก่อนอื่นผมขอแจ้งก่อนนะครับ บทความนี้ ผมจะไม่เขียนแนว Review ครับ แต่จะเขียนแนวบทความเพื่อให้ความรู้อย่างแท้จริง เหตุที่ผมได้ไปร่วมกิจกรรมบุกครัวการบินที่สุวรรณภูมิ เนื่องจากผมได้ไปเล่นเกมสนุก ๆ บน Fanpage ของการบินไทยครับ การบินไทยเขาถามมาว่า อาหารอะไรที่ท่านอยากให้ไปเสิร์ฟบนเครื่องบิน ผมก็ตอบไปว่า ข้าวคลุกกะปิ แล้วก็ได้รับการคัดเลือกครับ ซึ่งมารู้ทีหลังว่า เมนูนี้ก็มีอยู่แล้ว ก็รู้สึกดีใจครับที่ได้รับเชิญครับ ผมจึงไปในฐานะผู้โชคดีคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่สื่อมวลชน ไม่ได้รับการตอบแทนด้วยเงินทองใด ๆ ที่ได้มาก็คือ ความรู้ และ อาหารมื้อกลางวัน และเครื่องดื่มระหว่างการฟังบรรยายครับ

IMG_1844

เมื่อผมเข้ามาถึงอาคาร ก็มีการ Scan สัมภาระ กันเล็กน้อย พร้อมติดบัตร Visitor แล้วมานั่งรอที่ล๊อบบี้ครับ งานนี้ก็มีสื่อมวลชน Blogger ด้านอาหาร ช่างภาพวงการเครื่องบิน และแฟนเพจผู้โชคดี มาร่วมกิจกรรมกันครับ

IMG_1845

IMG_1853

กิจกรรมในช่วงแรก จะเป็นการบรรยายครับ ซึ่งเนื้อหาในบทความนี้ ผมนำมาจากการบันทึกเสียงจากผู้บรรยาย มาแกะคำพูดเพื่อมาพิมพ์บทความครับ เนื่องจากผู้บรรยายไม่อนุญาติให้บันทึกภาพ Presentation ด้วยเหตุผลบางประการที่ผมเข้าใจดีครับ

เอาหละ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

History

ก่อนอื่นเรามาทราบข้อมูลกันคร่าว ๆ กันก่อนนะครับ ครัวการบินที่สุวรรณภูมิตอนนี้มีอยู่ 3 บริษัทที่ทำอยู่ครับ 1 ใน 3 ที่นี้ ก็เป็นครัวการบินของการบินไทยนี่เอง ซึ่งครัวการบินนี้เกิดจากเหตุการณ์หนึ่งครับ เมื่อก่อนสมัยที่การบินไทยยังใช้เครื่องบิน McDonnell Douglas DC-6B ซึ่งเป็นเครื่องใบพัด เดินทางไปต่างประเทศในเส้นทาง กรุงเทพ ฯ – ฮ่องกง – ไทเป – โตเกียว โดยในเส้นทางนี้ ใช้เวลาเดินทางไปกลับถึง 4 วันเชียวหละ เอาแค่เส้นทาง กรุงเทพ ฯ – ฮ่องกง ก็ใช้เวลาเดินทางถึง 4 ชั่วโมง 15 นาที แล้ว เมื่อก่อนเนี่ย ผู้โดยสารเดินทางบนเครื่องบินจะอยู่บนนั้นแบบไม่มีอะไรทำครับ ถ้าหิวก็ทนไปจนกว่าเครื่องจะลง การบินไทยในสมัยนั้น จึงมีแนวคิดที่จะหาอะไรให้ผู้โดยสารได้ทานกันบนเครื่อง จึงได้เกิดครัวการบินขึ้นมาครั้งแรกโดยมีพนักงานรุ่นแรกจำนวน 10 คน เมนูที่เสิร์ฟบนเครื่องบินโดยสารในช่วงแรกก็จะเป็นอาหารสไตล์ยุโรป โดยทำตั้งแต่ ออเดิร์ฟ เมนคอร์ส จนไปถึงเบเกอรี่ต่าง ๆ จนสายการบินต่างชาติให้ความสนใจมาซื้ออาหารจากครัวการบินของประเทศไทยด้วย ซึ่งสายการบินแรกที่มาเป็นลูกค้าของครัวการบินคือ สายการบิน Lufthansa สัญาชาติเยอรมัน หลังจากมีสายการบินต่างชาติมาสั่งซื้อเพิ่มอีก ครัวการบินจึงเพิ่มกำลังการผลิตเป็นวันละ 500 ชุด ในปี 1960 และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน ครัวการบินสามารถผลิตอาหารได้วันละ 60,000 ชุดต่อวัน ซึ่งใน 1 ชุด มีประมาณ 4 ชิ้น ก็เอามาคูณ 4 ก็ได้ประมาณ 240,000 ชิ้น และมีลูกค้าจากสายการบินต่าง ๆ ประมาณ 60 สายการบินครับ

ในด้านการดำเนินงานของครัวการบินนั้น ถ้าให้มองกันง่าย ๆ เลย ครัวการบินจะทำหน้าที่เหมือนร้านอาหารร้านตามสั่งร้านหนึ่ง ที่รับคำสั่งจากลูกค้าซึ่งก็คือสายการบินต่าง ๆ ว่าอยากได้อะไร แม้กระทั่งการบินไทย ก็ต้องมาสั่งอาหารในฐานะลูกค้าเช่นเดียวกันกับสายการบินอื่น ๆ ซึ่งหน่วยงานของการบินไทยที่มารับผิดชอบด้านนี้คือ In flight service ซึ่งหน่วยงานนี้จะดูแลทุกเรื่องบนเครื่องบิน ตั้งแต่การเลือกหนังฉาย การเลือกหนังสือ การเลือกเครื่องดื่ม การเลือกเมนูอาหารในแต่ละรูท จนถึงการเลือกแอร์และสจวตครับ

IMG_1836

แต่เพราะอาหารที่จะนำไปเสิร์ฟจากร้านอาหารตามสั่งร้านนี้ต้องนำไปเสิร์ฟบนเครื่องบิน ให้ผู้โดยสาร ลูกเรือ จนไปถึงกัปตัน ได้ทานกัน ก็ต้องมีขั้นตอนที่ได้มาตรฐานพอสมควร จึงต้องมีอะไรที่พิเศษกว่าปกติ ซึ่งครัวการบินโดยการบินไทยนี้ ได้รับการรับรองมาตรฐานดังต่อไปนี้ครับ

ISO 9001 – เป็นเรื่องการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างที่แสดงในตัวอย่างเป็นอย่างไร ก็ต้องทำให้ได้อย่างนั้น และให้เหมือนกันทุกจานที่จะนำไปเสิร์ฟมากที่สุด
GMP – เป็นเรื่องของความสะอาด ตั้งแต่สถานที่ พนักงาน วัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต จนไปถึงการฝึกอบรมพนักงานให้รู้จัก Food Safety เช่น การหมั่นล้างมือเป็นต้น
HACCP – เป็นการควบคุมไม่ให้มีของสามอย่างมาอยู่ในอาหาร เช่น ของที่ทานไม่ได้ พวกตะปู เศษแก้ว สารเคมีต่าง ๆ , ของที่ทานได้ แต่ไม่ควรจะทาน เช่น หนอน , และควบคุมเชื้อโรคที่จะมาปนเปื้อนในอาหารให้อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการเอา GMP เข้ามาควบคุมนั่นเอง
OHSAS 18001 – เป็นเรื่องของพนักงานปฏิบัติงานโดยไม่บาดเจ็บจากการทำงาน เช่น ห้ามขนลังเกิน 10 ชั้น เพราะเดี๋ยวจะตกลงมาใส่
ISO 14001 – เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ครัวการบินบำบัดน้ำใช้แล้วให้เป็นน้ำใส ไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะ แบ่งแยกขยะ เป็นขยะแห้ง ขยะเปียก และเอาขยะเปียกกลับมาทำเป็นก๊าซชีวภาพกลับมาใช้ใหม่

IMG_1861

นอกจากนี้ ครัวการบินโดยการบินไทยเป็นครัวแรกของโลกที่ได้รับการวางระบบโดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนได้รับมาตรฐาน HAL-Q ด้วย ซึ่งครัวฮาลาล มีทั้งที่ครัวการบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ครับ

มาถึงตรงนี้ อยากทราบไหมครับว่า ครัวการบินที่สุวรรณภูมิ ทำอะไรบ้าง และที่ดอนเมืองทำอะไรบ้าง โดยที่สุวรรณภูมิ ครัวการบินได้ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร จึงส่งผลให้เมนูที่ให้บริการบนเที่ยวบินระหว่างประเทศ ไม่ต้องเสียภาษีอากร แต่ถ้าเป็นเมนูที่ให้บริการบนเที่ยวบินภายในประเทศ ยังเสียภาษีอากรตามปกติ ซึ่งที่ดอนเมืองจะรับผิดชอบเมนูที่ให้บริการในประเทศทั้งหมดครับ อีกทั้ง ยังผลิตและจำหน่าย PUFF & PIE และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกด้วย

9bfe4d38fcc52449edd8b15265f119a9

มีเรื่องจะเล่าให้ได้อ่านแทรกเล็กน้อยจากผู้บรรยายครับ เมื่อก่อนเนี่ย ครัวการบินได้ออกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่มีชื่อว่า “เครื่องแกงเอื้องหลวง” มาวางจำหน่าย โดยจุดประสงค์ที่ได้ออกผลิตภัณฑ์นี้เพราะอาหารบนเครื่องบินของการบินไทยในเที่ยวบินขากลับจากต่างประเทศ จะไม่ใช้อาหารที่ผลิตจากครัวการบินในประเทศไทยครับ อาหารที่ใช้ในเที่ยวบินขากลับจากต่างประเทศจะใช้เครื่องแกงเอื้องหลวงให้ครัวของประเทศปลายทางนั้น ๆ ปรุงอาหารแล้วนำมาเสิร์ฟบนเครื่อง ไม่ใช่ทำอาหารมาจากครัวที่ไทยแล้วใช้ทั้งเที่ยวบินไปกลับ เมื่อก่อนมีวางขายและขายดีมาก แต่เพราะครัวการบินผลิตไม่ทัน จึงเลิกวางจำหน่าย และผลิตให้ใช้เฉพาะบนเครื่องขากลับเท่านั้นครับ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องแกงเอื้องหลวง คลิ๊กไปดูที่เว็บไซต์นี้เลยครับ แต่อย่างที่บอกครับ ไม่ได้มีวางจำหน่ายแต่อย่างใดครับ
http://www.eurngluang.com/eurngluang/th/products/curry_sauce/

IMG_1914

เอาหละ หลังจากรู้จักครัวการบินโดยการบินไทยมาพอสมควรแล้ว จากนี้ไป ผมจะเข้าสู่เรื่องราววิธีการทำงานของครัวการบินที่สุวรรณภูมิแล้วนะครับ ภายในอาคารครัวการบินเท่าที่ผมเดินดูมา ผมขอแบ่งเขตการทำงานคร่าว ๆ ดังนี้นะครับ

1. คลังสินค้า 

IMG_1870IMG_1932
คลังสินค้าของครัวการบินก็เป็นอย่างที่เห็นในภาพครับ จะมีการแปะวันที่นำเข้ามา วันผลิต วันหมดอายุอย่างชัดเจนครับ อันนี้ไม่มีอะไรพิเศษ

2. ห้องตรวจรับวัตถุดิบ

IMG_1931

IMG_1927

IMG_1928
จากที่เห็นในรูปนะครับ เมื่อวัตถุดิบมาถึงครัวการบิน ก็จะมีการสุ่มตรวจวัตถุดิบก่อนโดยการวัดขนาด น้ำหนัก ตรวจสายพันธุ์ครับ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจแล้ว ก็จะนำวัตถุดิบเหล่านี้ เก็บเข้าห้องเย็น โดยขั้นตอนนี้ จะถูกแบ่งแล้วครับว่า อันไหนเป็นอาหารฮาลาลหรือไม่ใช่ครับ

วัตถุดิบที่จะนำมาประกอบอาหารที่ครัวการบินนี้ จะต้องมีการตรวจสอบ Supplier สม่ำเสมอ ในเรื่องขนาด น้ำหนัก ตามที่ตกลงกับสายการบิน เพราะถ้าหากขนาดใหญ่ไป หรือเล็กไป ก็จะนำมาจัดใส่จานที่กำหนดไว้ไม่ได้ เป็นต้น

สำหรับวัตถุดิบที่ครัวการบินนำเข้ามาในแต่ละวัน มีรายละเอียดดังนี้ครับ
– ใช้ผักวันละ 9 ตัน ขึ้นอยู่กับตามฤดูกาล บางฤดูก็ต้องสั่งจากต่างประเทศมาใช้ ผักที่ใช้ เป็นผักปลอดสารพิษ ซึ่งมีประโยชน์กับผู้โดยสารที่ได้ทานผักปลอดสารพิษและมีประโยชน์กับสายการบินที่สามารถคุมคุณภาพตามมาตรฐานได้อัตโนมัติ
– ผลไม้ใช้ 8.5 ตันต่อวัน มะนาว 380 กิโลกรัมต่อวัน แบ่งเป็นมะนาวคั้นน้ำ 200 กิโลกรัม และมะนาวสวยสำหรับสไลด์ไว้ใช้บนเครื่องบินเช่นเครื่องดื่ม 180 กิโลกรัม
– เนื้อสัตว์ แบ่งเป็น สัตว์ปีก 2 ตันต่อวัน หมู 2 ตันต่อวัน อาหารทะเล 1.3 ตันต่อวัน ซึ่งบางครั้งอาจจะมีอัตราส่วนผกผันกันบ้างตามความเหมาะสม ล็อบสเตอร์ 33 กิโลกรัมต่อวัน เนื้อแกะ 350 กิโลกรัมต่อวัน เนื้อวัวสันใน 1.5 ตันต่อวัน
– เนื้อปลาจะใช้แบบฟิลเลย์ทั้งหมด สมัยก่อนจะไม่มีการนำปลามาเสิร์ฟบนเครื่อง เพราะกลัวเรื่องก้าง ถ้าก้างติดคอผู้โดยสารจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้าใช้แบบฟิลเลย์ไร้ก้างปัญหานี้ก็จะหมดไปครับ

ในเรื่องของการคัดเลือกวัตถุดิบนี้ มีผลไม้อย่างหนึ่งที่คัดเลือกแล้วผ่านยากที่สุด คือ กล้วย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ช้ำง่ายที่สุด เพราะกล้วยหอมไทย เป็นกล้วยหอมทอง เปลืองบาง ช้ำง่าย แตะนิดแตะหน่อยช้ำ ครัวการบินต้องคัดแบบ 100% คือไม่เอาแบบช้ำเลย

3. ห้องจัดเตรียมก่อนปรุงอาหาร

ตรงนี้ผมไม่มีรูปครับ แต่มีรายละเอียดให้อ่านกันเล็กน้อยครับ เมื่อรับวัตถุดิบเข้ามาแล้ว ก็นำมาล้างให้สะอาด ผักใช้วิธีล้าง 3 น้ำ แล้วเอามาปั่นด้วยน้ำวน แล้วเอามาติดแรปไม่ให้ไอน้ำจากด้านนอกมาเกาะ ติดสติกเกอร์ตามสีวันที่รับเข้ามา จากนั้น เอาไปตัดแต่งตามคำสั่งของสายการบิน เพื่อพร้อมที่จะนำไปเป็นวัตถุดิบปรุงอาหารหรือนำมาจัดใส่ภาชนะ

4. ห้องปรุงอาหาร

IMG_1946

 

IMG_1943

ในห้องปรุงอาหารนี้ ผมไม่สามารถเข้าไปได้ลึกมากครับ ได้เห็นแค่เฉพาะในรูปด้านบนเท่านั้นเอง ครับ

หลังจากเตรียมวัตถุดิบเรียบร้อย ก็มาสู่ขั้นตอนการปรุงอาหารกันครับ ก่อนที่จะเข้าห้องนี้ได้ พนักงานทุกคนต้องผ่านห้องเป่าลมเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมก่อนครับ และต้องแต่งกายตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ด้วย เพื่อป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งไม่พึงประสงค์หล่นลงไปปนเปื้อนในอาหารครับ

มีข้อมูลเพิ่มเติมให้อ่านกันก่อนครับมีห้องเย็นที่คงอุณภูมิ 5 องศา C 92 ห้อง มีฟรีสเซอร์คงอุณภูมิ -18 องศา C 8 ห้อง มี Blass Chiller จำนวน 21 ตัว

Blass Chiller คืออุปกรณ์ใช้ลดอุณภูมิอาหาร จากอุณภูมิสูง ๆ ลดให้เหลือ 5 องศา C ภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อควบคุมเชื้อโรคในอาหารให้มีจำนวนน้อยที่สุด อาหารจึงปลอดภัยเพราะมีเชื้อโรคแบคทีเรียต่ำครับ ขั้นตอนนี้แหล่ะ เป็นเหตุผลว่าทำไมอาหารของครัวการบิน ความอร่อยถึงลดลงเมื่อนำมาทานบนเครื่อง เพราะอาหารที่ทำสุกใหม่จากเตาแล้วเอาไปลดอุณหภูมิ เมื่อนำไปเสิร์ฟบนเครื่องบิน จะมีการอุ่นอาหารอีกครั้ง ความอร่อยจึงลดลงซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เพื่อความสะอาดปลอดภัย จึงมีความจำเป็นต้องทำขั้นตอนนี้ครับ

สำหรับอาหารบนเครื่องบินจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ อาหารร้อน และ อาหารเย็นครับ

– อาหารร้อน ยกตัวอย่าง ออมเล็ต หรือไข่ม้วน ที่ครัวการบินที่นี่เป็นที่เดียวที่ยังใช้คนทำ ไม่ใช้เครื่องจักร ทำวันละประมาณ 12000 ฟอง คนทำไข่ก็กระดกกระทะกันทั้งวันเลยเชียว เมื่อทำอาหารเสร็จแล้ว ก็จะนำไปเข้าสู่กระบวนการ Blass Chiller เพื่อลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว จากร้อน ๆ ให้เหลือ 5 องศา C ภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ อาหารก็จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ห้องเย็นในครัว โดยจะคุมอุณหภูมิไว้ที่ 5 องศา C เพื่อคงความเย็นไว้ มีประตูสองด้าน คือด้านหนึ่ง อาหารจะถูกนำเข้ามา และอีกด้านหนึ่งจะใช้สำหรับนำอาหารออกไปสู่กระบวนการบรรจุ ซึ่งจะไม่เข้าออกทางเดียวกันเด็ดขาด ใช้วิธี One-Way เท่านั้นครับ ไม่มีย้อนกลับ

– อาหารเย็น หลัก ๆ เลยคือ หลังจากปรุงเสร็จแล้ว ก็จะถูกแบ่งเป็นถาด ๆ จัดเสร็จแล้วปิดฝา เก็บเข้าห้องเย็นครับ. ผลไม้ จะถูกตัดแต่งวางในภาชนะตามจำนวนเท่ากับผู้โดยสารในแต่ละวัน จัดเสร็จแล้ว ปิดแรป. ขนม จะทำใส่ถาดใหญ่ ๆ แล้วตัดบรรจุใส่ภาชนะ ปิดแรป  จากนั้นก็จะเก็บไว้ในห้องเย็นเพื่อไปสู่ขั้นตอนการบรรจุต่อไป โดยห้องเย็นได้คุมอุณหภูมิไว้ที่ 5 องศา C เช่นเดียวกัน

5. ห้องบรรจุอาหาร

IMG_1896

 

ห้องนี้ถ่ายรูปมาเยอะหน่อยนะครับ เท่าที่ผมเดินดูมา ได้ถูกแบ่งย่อย ๆ ออกมาอีก โดยอย่างแรกที่ถูกแบ่งไว้ชัดเจนเลยคือ ห้องของอาหารฮาลาลครับ แยกออกมาชัดเจน

IMG_1874

IMG_1872

สำหรับห้องจัดบรรจุอาหาร จะกำหนดอุณหภูมิไว้ที่ 12 องศาตลอดเวลา ครับ เนื่องจากต้องควบคุมความเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเจริญเติบโต พนักงานจึงต้องทำงานในความหนาวเย็นแบบนี้ครับ

IMG_1892

IMG_1893

 

มีการทำงานแบ่งแยกระหว่างบรรจุของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มครับ ทำงานใช้ระบบสายพาน มีสายพานทั้งหมด 12 สายพาน 1 สายพาน ทำ 1 Flight เป็นของการบินไทย 6 สายพาน และสายการบินอื่น ๆ อีก 6 สายพาน ปลายสายพานจะมีเจ้าหน้าที่เอาถาดอาหารที่จัดเสร็จแล้วใส่ไปใน Cart แล้วเก็บเข้าห้องเย็นสุดท้าย เพื่อเตรียมไปที่ Loading Bay ครับ

6. ห้องจัดส่งอาหาร (Loading Bay)

IMG_1906

สำหรับห้องนี้ เป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับที่ครัวการบินจะต้องทำงาน ซึ่งผมไม่นับรวมการจัดส่งไปถึงเครื่องบินนะครับ อันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดย Loading Bay มีทั้งหมด 33 ประตู ครับ เมื่ออาหารที่ถูกจัดเรียงใส่ Cart เรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงเวลา ก็จะถูกนำออกมาจากห้องเย็น เพื่อเตรียม Load ออกจากห้องผ่านประตูที่เห็นในรูป ใส่รถขนส่งโดยตรงครับ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการทำงานเฉพาะในอาคารนี้

แต่ว่า ยังมีอีกงานนึงที่ครัวการบินต้องทำด้วยครับนั่นคือ

7. ห้องล้างอุปกรณ์และห้องซักผ้า

IMG_1911

IMG_1909

IMG_1913

 

ในห้องนี้ตอนที่ผมเดินไปดูจะมีกลิ่นออกมาอยู่นิดหน่อยครับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ โดยครัวการบินมีเครื่องล้างจาน 11 เครื่อง รวมถึงเครื่องที่ใช้ล้างอุปกรณ์ของฮาลาลด้วย

สำหรับการล้างจานฮาลาล มีขั้นตอนพิเศษกว่าการล้างจานปกติ คือจานทั้งหมดต้องกลับสู่สามัญ ต้องผ่านน้ำจริง จากน้ำจริงล้างเข้าระบบอีกครั้งหนึ่งเพื่อล้างทำความสะอาดและอบ การล้างอุปกรณ์ของฮาลาลจะต้องใช้ระบบน้ำไหลผ่านตลอด (ห้ามเอาอุปกรณ์ไปจุ่มในอ่างน้ำนิ่ง) ซึ่งระบบของที่นี่ใช้ระบบน้ำไหลอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องนี้

มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ครัวการบินล้างอุปกรณ์สายการบิน 1,200,000 ชิ้นต่อวันในที่เดียว ซักผ้าที่ใช้บนเครื่องบินเท่านั้น ประมาณ 20 ตันต่อวัน ครับ

มาถึงตรงนี้ ก็จบเนื้อหาขั้นตอนกว่าจะมาเป็นอาหารบนเครื่องบินแล้วนะครับ ในเรื่องต่อไปที่ผมจะมาบอก เป็นข้อมูลต่าง ๆ ของการคัดเลือกอาหารมาบริการบนเครื่องครับ

IMG_1949

ที่ครัวการบิน จะมีห้อง ๆ หนึ่ง ที่เอาไว้ให้เชฟจากสายการบินต่าง ๆ มาพูดคุย ให้คำแนะนำ จนไปถึงการตรวจสอบคุณภาพของอาหารที่จะมาใช้บนเครื่องบินของสายการบินนั้น ๆ ครับ

IMG_1996

โดยการทำงานระหว่างครัวการบินกับลูกค้าสายการบินจะมีความเข้มงวดและปราณีตมาก สายการบินที่เป็นลูกค้าของครัวการบิน จะเป็นคนกำหนดทุกอย่าง ตั้งแต่อาหาร วัสดุจานชาม การตกแต่งหน้าตาอาหาร โดยตัวแทนสายการบินจะส่งตัวอย่างอาหารที่ต้องการมาให้ครัวการบินมาผลิตอาหารตามเมนูที่ต้องการ แล้วสายการบินจะส่งเชฟมาตรวจว่าได้มาตรฐานอย่างที่สายการบินนั้นต้องการหรือไม่ ดูตั้งแต่วัสดุจานชาม การจัดหน้าตา จนไปถึงรสชาติของอาหาร ทั้งนี้ อาหารของกัปตันและลูกเรือ ก็ต้องผ่านขั้นตอนนี้ด้วยเช่นเดียวกัน และเพราะครัวการบินมี ISO9001 อาหารทุกจานต้องจัดวางเหมือนกันหมดตามที่สายการบินลูกค้ากำหนด รวมถึงปริมาณของอาหารด้วยครับ

IMG_1972

สำหรับเปอร์เซ็นที่ครัวการบินผลิดอาหารได้ต่อวัน จะแบ่งเป็น
1.อาหารตะวันตก 40%
2.อาหารจีน 20 %
3.อาหารไทย 20%
4. อาหารพิเศษ 18% เช่น อาหารตามหลักศาสนา อาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ อาหารเด็ก มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันอาหารสำหรับเด็ก สายการบินแข่งขันกันมากในเรื่องการออกแบบอาหารและผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ
5. อาหารญี่ปุ่น 2%  อาหารญี่ปุ่นที่ผลิตน้อย เพราะวัตถุดิบแพง สายการบินไม่นิยมสั่ง

ลองมาชมตัวอย่างอาหารที่ถูกจัดวางแล้วนำมาเสิร์ฟให้ผู้โดยสารได้ทานกันครับ

IMG_1954

 

ในตอนแรก ก็จะมาในรูปแบบนี้ครับ จะถูกห่อด้วยฟรอยและพลาสติกคลุมไว้ครับ พอแกะออกมาเท่านั้นแหล่ะ ดูรูปต่อไปเลยครับ

IMG_1961

IMG_1957

IMG_1963

IMG_1964

IMG_1962

IMG_1968

 

น่าทานไหมครับ อาหารที่นำมาแสดงนี้ ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการลดอุณหภูมิครับ ซึ่งรสชาติต้องมาแบบเต็ม 100% แน่นอน แต่ก็อย่างที่บอกไว้ครับ อาหารที่ต้องนำไปอยู่บนเครื่องบิน มีความจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการลดอุณหภูมิ แล้วนำไปอุ่นใหม่อีกครั้งบนเครื่องบิน รสชาติที่มาจากครัว ก็จะมาไม่เต็ม 100% แน่นอนอยู่แล้วครับ

มาดูของหวานและผลไม้กันบ้างครับ

IMG_1982

IMG_1983

IMG_1974

IMG_1969

เนื่องจากของหวานเป็นอาหารเย็น จึงไม่ค่อยมีผลกับรสชาติเท่าไรเมื่อนำไปบริการบนเครื่องครับ ความอร่อยก็จะคงเส้นคงวา ส่วนผลไม้นั้น จุดเด่นของประเทศไทย เป็นประเทศที่มีผลไม้หลากหลาย และแรงงานไทยมีฝีมือด้านการแกะสลัก ผลไม้จึงเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าสายการบินต่าง ๆ มากครับ

IMG_1997

 

จบแล้วครับ สำหรับการทำงานของครัวการบินโดยการบินไทย ก็ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจได้เลยนะครับ ที่ครัวการบินของการบินไทย ได้รับการไว้วางใจจากสายการบินหลายสายการบินมาซื้ออาหารให้ไปบริการบนเครื่องบินของแต่ละประเทศ หลังจากอ่านบทความนี้กันแล้ว อยากจะลองไปชิมอาหารบนเครื่องบินกันไหมครับ ถ้าใช่ ก็เชิญเลยครับ อุดหนุนสายการบินแห่งชาติการบินไทยไปเที่ยวต่างประเทศซักที่ แล้วท่านจะได้ลิ้มรสอาหารเหล่านี้จากครัวการบินที่สุวรรณภูมิครับ

IMG_2000

ขอบคุณที่อ่านกันจนจบนะครับ ผมให้รางวัลแด่ผู้ที่ตั้งใจอ่านจนจบด้วยขนมไทยและขนมเค้กอร่อย ๆ ในภาพนี้ครับ ให้แค่ภาพนะครับ ของจริง ต้องไปทานบนเครื่องครับ อิอิ สวัสดีครับ

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.