สัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับเครื่องบิน Airbus A330-300
ลำใหม่ล่าสุดของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมจะท่านผู้อ่านบินไปเชียงใหม่กันกับเครื่องบินลำใหม่ล่าสุดของสายการบิน ไทยไลอ้อนแอร์ เครื่องบินลำใหม่ที่ว่านี้ เป็นลำใหม่สด ๆ ร้อน ๆ ส่งตรงมาจากโรงงานของบริษัท Airbus เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส กันเลยทีเดียว ในบทความนี้ ผมจะพาท่านผู้อ่านไปชมบรรยากาศภายในเครื่องบินลำนี้ ใน Flight ปกติที่มีผู้โดยสารนั่งกันอยู่เกือบเต็มลำ แต่มีความพิเศษตรงที่ Flight นี้ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์เขาได้นับเป็น “เที่ยวบินปฐมฤกษ์ อย่างเป็นทางการ” โดยมีอุโมงน้ำ หรือ “Water Salute” คอยต้อนรับเครื่องบินลำนี้ที่เชียงใหม่ด้วยหละ จะเป็นอย่างไร มาอ่านเรื่องราวการเดินทางในครั้งนี้ไปด้วยกันเลยครับ

** บทความนี้ ได้รับการสนับสนุนการเดินทางจากสายการบิน ไทยไลอ้อนแอร์ ในเรื่องตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ดอนเมือง-เชียงใหม่ , การเลี้ยงอาหารกลางวัน และของที่ระลึก (สติกเกอร์ พวงกุญแจ) เท่านั้น ผู้เขียนไม่ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบเงินสด หรืออื่น ๆ นอกเหนือจากที่ผู้เขียนได้แจ้งเอาไว้ ผู้เขียนขอยืนยันว่า บทความนี้ผู้เขียนได้เขียนตามความรู้สึกที่ได้ไปสัมผัสประสบการณ์จริง และจะเล่าเรื่องราวข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาให้มากที่สุด ** 

อย่าลืมชม Video Review ประกอบบทความนี้กันด้วยนะครับ


18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 10.15 น.  ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ ดอนเมือง

วันนี้ผมได้มีนัดกับทางสายการบิน ไทยไลอ้อนแอร์ เพื่อมาทำบทความเกี่ยวกับเครื่องบินลำใหม่ล่าสุดของสายการบินนี้ เครื่องบินลำที่ว่านี้คือ Airbus A330-300 ซึ่งเป็นลำใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้รับมอบมา จำนวน 3 ลำ เข้าประจำการฝูงบินใหม่ของสายการบินนี้ โดยในวันนี้ มีคณะสื่อมวลชนและ Blogger จากที่ต่าง ๆ มารวมตัวกันเพื่อมาทำข่าวและเขียนเรื่องราวของเครื่องบินลำนี้กันครับ

แต่ก่อนที่จะเดินทางไปพร้อมกันกับเรา ก่อนอื่นผมขอเล่าเรื่องราวของเครื่องบินลำนี้ให้ท่านผู้อ่านได้ทำความรู้จักกันก่อนนะครับ เดิมที สายการบิน ไทยไลอ้อนแอร์ นั้นมีเครื่องบินประจำการจำนวน 27 ลำ มีอยู่ 2 แบบ คือ Boeing 737-900ER จำนวน 17 ลำ ความจุที่นั่ง 215 ที่นั่ง และ Boeing 737-800 จำนวน 10 ลำ ความจุที่นั่ง 189 ที่นั่ง ซึ่งทั้งสองแบบนี้ เป็นเครื่องบินแบบลำตัวแคบ มี 1 ทางเดิน พิสัยการบินคือ ระยะใกล้ – ระยะกลาง นั่นเอง

และสำหรับเครื่องบินลำใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้าประจำการฝูงบินของสายการบินนี้มาจากบริษัท Airbus รุ่น A330-300 เพิ่มอีก 3 ลำ ได้แก่ทะเบียน HS-LAH , HS-LAI และ HS-LAJ ตามลำดับ รวมเป็น 30 ลำไปแล้วสำหรับสายการบินนี้ พิสัยการบินคือ ระยะกลาง – ระยะไกล เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบินแบบลำตัวกว้าง มีทางเดิน 2 ทาง สามารถจุที่นั่งได้มากกว่ารุ่นเดิม โดยไทยไลอ้อนแอร์ ได้จัดที่นั่งเอาไว้จำนวน 392 ที่นั่ง โดยแบ่งเป็น

  1. ที่นั่งชั้นประหยัด (Economy class) มีที่นั่งจำนวน 374 ที่นั่ง โดยจัดที่นั่งแบบ 3-3-3 มีความกว้างระหว่างแถว 31 นิ้ว หน้าจอ IFE ขนาด 10.1 นิ้ว
  2. ชั้นประหยัดแบบพรีเมียม (Premium Economy class) มีที่นั่งจำนวน 18 ที่นั่ง โดยจัดที่นั่งแบบ 2-2-2 มีความกว้างระหว่างแถว 60 นิ้ว เบาะสามารถปรับเอนนอนได้ มีโคมไฟส่วนตัวสำหรับอ่านหนังสือ หน้าจอ IFE ขนาด 15.6 นิ้ว โดยที่นั่งชั้นนี้ สายการบินได้มีบริการอาหารและเครื่องดื่มให้ฟรี รวมถึงโหลดสัมภาระมากขึ้นกว่าชั้นประหยัด

ความพิเศษของเครื่องบินลำนี้คือ เป็นเครื่องบินของสายการบินโลวคอส ที่มีหน้าจอ In Flight Entertainment (IFE) ให้บริการกับผู้โดยสารทุกที่นั่งกันฟรี ๆ โดยมีช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ และช่องเสียบหูฟัง เพื่อเอาไว้ฟังเสียงความบันเทิงในระบบ IFE นั่นเอง

สำหรับในอนาคตของฝูงบิน Airbus A330-300 ของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เท่าที่ผมฟังข้อมูลมา ก็พบว่า ในตอนนี้จะรับมอบเพียง 3 ลำนี้ก่อน และต่อไปการรับมอบเครื่องบินใหม่จะเป็นเครื่องบิน Boeing 737 Max ครับ

เอาหละ หลังจากรู้จักเครื่องบิน Airbus A330-300 ลำใหม่ของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์กันมาคร่าว ๆ แล้ว เราก็มาเดินทางไปยังเชียงใหม่ ด้วยเครื่องบินลำนี้ไปพร้อมกันเลยครับ


เมื่อผมได้ Boarding pass มาเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มเดินเข้าไปด้านใน ผ่านจุดตรวจความปลอดภัยของท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งวันนี้มีคนเยอะมาก เยอะจนแทบล้นออกมาด้านนอกเลยครับ แต่ดีอย่างนึงที่ ถึงแม้ว่าจะเยอะ แต่คิวก็ไหลไปเรื่อย ๆ รอไม่นานเท่าไร เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจเรียบร้อยแล้ว ผมและคณะสื่อมวลชนก็เดินไปยัง Gate 51 ซึ่งเป็น Gate ที่ผมชอบนะ เพราะ Gate นี้ กระจกใสดี ถึงแม้ว่าจะยังมีฟีล์มสีเข้มมาเป็นอุปสรรค์ในการถ่ายภาพเครื่องบินก็ตาม แต่เพราะเครื่องบินที่จอด Gate นี้ อยู่ใกล้กับจุดถ่ายภาพเครื่องบินในมุมด้านข้างมาก ผมจึงค่อนข้างชอบที่จะถ่ายภาพเครื่องบินที่จอดอยู่ที่ Gate 51 นี้ และแน่นอนครับว่า เครื่องบิน Airbus A330-300 ที่เราจะบินไปเชียงใหม่วันนี้ ก็จอดอยู่ที่ Gate 51 ตรงนี้ด้วย ผมจึงจัดการถ่ายภาพเอาไว้มาให้ท่านผู้อ่านได้ดูกันครับ

เมื่อเดินมาถึง Gate 51 ก็พบกับผู้โดยสารรอขึ้นเครื่องอยู่เป็นจำนวนมาก และในระหว่างที่กำลังรอขึ้นเครื่องอยู่นี้ เหล่าผู้บริหารของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ก็ได้ถ่ายภาพหมู่กันที่หน้า Gate ก่อนเดินทางกันเล็กน้อย จนได้เวลาขึ้นเครื่องตามกำหนดการคือ 11.00 น. ผู้โดยสารก็ทยอยขึ้นเครื่องกันโดยผมได้ขึ้นเครื่องบินเป็นคนท้าย ๆ จะได้ดูเรื่องการ Boarding ผู้โดยสารด้วยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้นี้ผมสังเกตุว่าใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากในเที่ยวบินนี้ มีผู้โดยสารเยอะเกือบเต็มลำ บวกกับจำนวนความจุที่่นั่งของเครื่องบินลำนี้ที่มีถึง 392 ที่นั่ง มากกว่าเครื่องบินแบบเดิมที่ Thai lion air ใช้มาก่อนเกือบเท่าตัว และในความเห็นส่วนตัวอีกเรื่องนึงคือ เนื่องจากเป็นเครื่องใหม่ อะไร ๆ ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ เช่น ระบบการเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง การทำงานด้านต่าง ๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปบ้าง ความคุ้นชินก็คงยังมีไม่มาก ทำให้รู้สึกยังไม่เข้าที่เข้าทาง จนเที่ยวบินนี้ก็ Delay ไปเล็กน้อยในที่สุด คงต้องรอให้อะไร ๆ เข้าที่เข้าทางก่อนแหล่ะครับ เดี๋ยวก็คงดีขึ้นเอง

เมื่อเดินเข้าไปในเครื่องบินปุ๊ป ผมก็โชว์ Boarding pass ให้กับลูกเรือให้เห็น แล้วเดินไปยังที่นั่งของตัวเอง ซึ่งวันนี้ผมได้นั่งที่ 47A ซึ่งเป็นที่นั่งส่วนท้ายของเครื่องบิน และมีความพิเศษคือ เป็นที่นั่งแบบ 2 Seats ติดกัน ต่างจากที่นั่งอื่นที่ปกติจะเป็นที่นั่ง 3 Seats เรียงติดกัน ผมเอากระเป๋าเก็บไว้ใสช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะเรียบร้อยแล้ว จึงนั่งประจำที่ แล้วถ่ายภาพ ถ่าย video รอระหว่างที่รอการ Boarding ผู้โดยสารจนเสร็จ ซึ่งรอซักพัก กัปตันจึงประกาศว่าเครื่องบินพร้อมจะออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่แล้ว จากนั้น รถพุชแบ็คก็ทำการลากเครื่องบินออกจากหลุมจอดที่ Gate 51 จากนั้นเครื่องก็ทำการ Taxi ไปยังหัวรันเวย์ 21 ทางด้านทิศเหนือ เมื่อเครื่องบินหยุดนิ่งที่หัวรันเวย์ 21L เสียงเครื่องยนต์ก็เริ่มดังขึ้น เครื่องบินก็เคลื่อนที่ไปด้านทิศใต้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เชิดหัวขึ้นออกจากสนามบินดอนเมืองอย่างนิ่มนวล เครื่องบินเลี้ยวขวาเพื่อตีวงโค้งจนเครื่องบินได้หันหน้าไปทางทิศเหนือ อันเป็นเส้นทางที่เราจะบินไปเชียงใหม่ในวันนี้

ที่นั่งหมายเลข 50 A , 50 C ซึ่งเป็นที่นั่งแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งอยู่ด้านท้ายสุดด้านซ้ายมือของเครื่อง

เมื่อเครื่องบินไต่ระดับจนได้ที่ สัญญาณรัดเข็มขัดจึงดับลง ผมก็วางแผนว่าจะถ่ายภาพบรรยากาศบนเครื่องบิน แต่พอดีทีมงาน Thai lion air ชวนผมไปถ่ายภาพด้านหน้าเครื่อง ซึ่งเป็นที่นั่งของชั้น Premium Economy class ผมจึงไปตามคำชวน และถ่ายภาพซักพักนึง แล้วหาที่นั่งที่ว่างอยู่แถวนั้น มาบันทึก Video เพื่อรีวิวเรื่องราวของระบบ In Flight Entertainment (IFE) ของเครื่องบินลำนี้

ระบบ In Flight Entertainment (IFE) ของเครื่องบิน Airbus A330-300 ของสายการบิน Thai Lion Air นี้ เท่าที่ได้สัมผัสลองเล่นมา ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ มีความลื่นไหลดีมาก ไม่มีหน่วงเลย แต่นั่นก็เป็นข้อดีเรื่องหนึ่งที่เด่นออกมาครับ ลองมาลงลึกในรายละเอียดกันดูดีกว่า

สิ่งแรกเลยที่ผู้โดยสารทุกคนจะได้เห็นคือหน้าแรกของระบบ IFE นี้ จะเป็นหน้าตา logo Thai lion air พร้อมลายผ้าบาติค และ พระบรมมหาราชวังของไทยเรา พร้อมคำว่า Begin แล้วมีลูกศรชี้ ซึ่งบ่งบอกว่า ให้เราเลื่อนไปด้านซ้าย เพื่อเริ่มเข้าสู่ระบบ IFE นี้

เมื่อเลื่อนมา ระบบก็จะให้เราเลือกภาษา ซึ่งมีภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทย ให้เลือก พอเลือกเสร็จปุ๊ป ก็ไปหน้าถัดไป

หน้าถัดมานั้นเป็นหน้าหลักของระบบ IFE นี้ โดยจะมีเมนูต่าง ๆ ให้เลือก และมี Flight info bar ที่แสดงข้อมูลของเที่ยวบินที่เรากำลังจะเดินทาง ว่าตอนนี้เดินทางมาได้ถึงขนาดไหนแล้ว และเหลือเวลาอีกกี่นาที รวมไปถึงปุ่มคอนโทรลควบคุมอุปกรณ์อย่างไฟเหนือศีรษะ และ ปุ่มกดเรียกลูกเรือ มีปุ่มปรับความสว่างหน้าจอ และ เพิ่มลดเสียง เป็นต้น

เมื่อเรากดปุ่ม “รายการ” ที่อยู่มุมบนซ้ายของหน้าจอ ก็จะปรากฏหน้า Menu รายการความบันเทิง ซึ่งประกอบไปด้วย ภาพยนต์ รายการโทรทัศน์ และ เกมส์  ให้เลือก และมีปุ่ม หน้าหลัก เพื่อกดกลับไปยังหน้าหลักอีกครั้ง

ภายในรายการบันเทิงต่าง ๆ เท่าที่ผมดูในตอนนี้ก็พบว่ายังมีไม่ค่อยมากเท่าไรนัก และเท่าที่ดูก็ยังไม่เจอเรื่องใดที่เป็นรายการพากษ์ไทย หรือ มีคำบรรยายภาษาไทย เลยครับ โดยภาพยนต์ที่เห็นเป็นส่วนใหญ่จะเป็นการ์ตูน ส่วนที่ไม่ใช่การ์ตูนก็จะเป็นภาพยนต์ของประเทศแถบมาลายู อย่างมาเลเซีย ที่มีภาษาของเขาเอง ส่วนรายการโทรทัศน์ อันนี้เท่าที่ผมเห็นก็เป็นของทางอเมริกาครับ บางรายการก็เป็นรายการตลกที่ไม่ต้องเสียบหูฟัง เพียงแค่ดูภาพก็สนุกได้แล้วครับ ในส่วนของเกมนั้น ผมเองก็ไม่ได้เข้าไปเล่น แต่ตอนเดินสังเกตุบนเครื่องบินนั้น ก็มีผู้โดยสารบางคนเล่นเกมอยู่ ผมไม่แน่ใจว่าการตอบสนองนั้นดีขนาดไหน จึงไม่ขอพูดถึงในเรื่องนี้นะครับ

ในส่วนของเมนู Flight Infomation ที่บอกข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินที่เรากำลังจะเดินทางไปในเที่ยวบินนี้ ก็นับว่าทำได้ดีทีเดียว ข้อมูลที่เราอยากรู้ ก็บอกครบถ้วน ตั้งแต่สนามบินต้นทาง สนามบินปลายทาง ระดับความสูง ความเร็วภาคพื้น อุณหภูมิภายนอกเครื่อง เวลาที่เหลือที่จะถึงปลายทาง และเวลาของสนามบินต้นทางและปลายทาง แผนที่ก็ทำได้ดีครับ มีการซูมออกตั้งแต่เห็นทั่วโลก เห็นระดับทวีป ภูมิภาค จนถึงเห็นระยะใกล้ที่ซูมเห็นเฉพาะภาคกลางของไทยเลยครับ มีเข็มทิศที่บอกด้วยว่า ตอนนี้เครื่องบินหันหัวไปยังทิศไหน และ บอกข้อมูลด้วยว่า นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย อยู่ทางด้านไหน ซึ่งหากผมเข้าใจไม่ผิด น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลาม ไว้เป็นข้อมูลสำหรับการทำพิธีด้านศาสนาบนเครื่องบินครับ

ด้านล่างของจอนั้น มีช่องเสียบ USB เอาไว้ให้ด้วย ซึ่งข้อมูลที่ผมทราบมาว่า เอาไว้เพื่อเสียบชาร์ตไฟ แบตเตอรี่ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ครับ และมีช่องเสียบหูฟัง 1 ช่อง ที่เราสามารถเอาหูฟังมาเสียบเพื่อฟังเสียงภายในระบบ IFE ได้ด้วยครับ

ข้อสังเกตุของผมที่มีต่อระบบ IFE นี้ คือไม่มีเพลงให้ฟังครับ ซึ่งมันก็แล้วแต่คนนะครับว่าชอบฟังเพลงกันในระหว่างเดินทางไหม แต่สำหรับผมแล้ว ผมจะแก้ปัญหาด้วยการเอาเพลงในโทรศัพท์มือถือ มาเสียบหูฟังฟังแก้ขัดไปก็พอ และไม่ต้องกลัวเรื่องแบตจะหมด เพราะยังไงก็มีช่อง USB ให้เสียบชาร์ตไฟอยู่แล้วครับ

ตอนหลังผมได้ถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมงาน Thai Lion Air มาเกี่ยวกับระบบ IFE นี้ ทำไมถึงตอบสนองเร็วทันใจได้ดีขนาดนี้ ? ทางทีมงานก็ตอบมาว่า เขาใช้วิธีการเก็บข้อมูลผ่าน SSD (Solid State Drive) ครับ ซึ่งทำให้การเข้าถึงข้อมูลนั้นเร็วกว่า Hard Disk จึงทำให้การโหลดข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตอบสนองได้ทันใจครับ. นี่ก็เป็นคำตอบที่ทาง Thai Lion Air ได้บอกมาครับ

ในอนาคต ผมเองก็ไม่ทราบนะครับว่า ทางสายการบินไทยไลอ้อนแอร์จะมีการอัพเดทความบันเทิงในระบบ IFE นี้มากน้อยขนาดไหน อันนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของอนาคตครับ


ในส่วนของที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) นั้น เนื่องจากที่นั่งมีระยะห่างระหว่างแถวอยู่ที่ 31 นิ้ว ทำให้ผมเริ่มกังวลว่า คนที่ตัวใหญ่อย่างผม สูง 176 เอว 45 อย่างผมนั้น จะนั่งแล้วอึดอัดไหม แต่เมื่อได้ลองนั่ง ก็พบว่า ไม่อึดอัดอย่างที่คิดครับ ระยะห่าง 31 นิ้วนั้น ไม่มีปัญหากับผมเลย ไม่เกิดปัญหาหัวเขาชนเบาะแต่อย่างใด ซ้ำยังมีเนื้อที่ห่างเหลืออีกประมาณ 3 นิ้ว หรือประมาณ 1 ฝามือใหญ่ ๆ ของผมด้วยหละ แต่ก็มีข้อสังเกตุที่ผมยังไม่ได้ลองคือ หากคนด้านหน้า ปรับที่นั่งเอนลงมา ผมจะเจอปัญหาเขาชนไหม เรื่องนี้ผมจึงขอละเอาไว้นะครับ.

ส่วนด้านความกว้างของที่นั่ง ที่สายการบินไม่ได้ให้ข้อมูลมาว่า กว้างกี่นิ้ว แต่ผมลองนั่งแล้วเอาที่วางแขนลองวางดู ก็ไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด มันพอดีกับเอวของผมเลยครับ นั่งได้ไม่เบียดกับคนข้าง ๆ แต่หากเอาที่วางแขนขึ้นมา ก็รู้สึกสบายกว่าแน่นอนครับ

ถาดวางอาหารที่ใช้ สามารถพับได้ 2 ระดับ เป็นแบบแบ่งครึ่ง และ กางเต็ม ซึ่งเมื่อผมกางเต็มดูแล้ว ก็พบปัญหาติดหน้าท้องขนาดเอว 45 ของผมทันทีครับ อันนี้ก็เป็นจุดสังเกตุจุดหนึ่งที่ต้องรู้เลย สำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่นะครับ

เมื่อผมถ่าย Video เพื่อทำรีวิวระบบ IFE เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ใกล้เวลาถึงจุดหมายปลายทางที่เชียงใหม่พอดี และผมก็ทราบมาว่า ในเที่ยวบินนี้จะมีพิธีอุโมงน้ำ หรือ Water Salute ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์อย่างเป็นทางการนี้ด้วย ผมจึงรีบกลับไปนั่งที่นั่งด้านท้ายเครื่องอีกครั้ง เพื่อเตรียมบันทึก Video พิธีนี้ ซึ่งผมค่อนข้างตื่นเต้นกับพิธีนี้พอสมควรเลยทีเดียว เนื่องจากผมได้มีโอกาสนั่งเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน Thai lion air เที่ยวบินแรก ที่บินไปยังเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2556 ตอนนั้นผมก็อกหักจากพิธีนี้ไปครั้งหนึ่ง เพราะตอนนั้นไม่มีพิธีลอดอุโมงน้ำนี้แต่อย่างใด แต่ครั้งนี้ทางสายการบินจัดให้มีพิธีดังกล่าวขึ้น ผมจึงต้องเก็บความทรงจำนี้ผ่าน Video เอาไว้ และนำมาแบ่งปันให้กับท่านผู้อ่านได้ชมด้วยกันครับ

สัญญาณรัดเข็มขัดดังขึ้น เครื่องบิน Airbus A330-300 ลำนี้ก็ค่อย ๆ ลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ผ่านกลุ่มเมฆที่วันนี้มีอยู่พอสมควร และยังมีหมอกบาง ๆ อีกด้วย เครื่องบินลดระดับลงอย่างช้า ๆ เข้าสู่หัวรันเวย์ 36 ซึ่งอยู่ด้านทิศใต้ของสนามบินเชียงใหม่ ล้อแตะพื้นด้วยความนิ่มนวล เครื่องบินค่อย ๆ ลดความเร็วลงเรื่อย ๆ แล้วก็เลี้ยวขวาเข้าสู่ Taxi way ผ่านอาคารผู้โดยสารไปจนถึงหลุมจอดด้านนอกอาคารผู้โดยสาร โดยมีรถดับเพลิงจอดอยู่ 2 คันเพื่อรอทำพิธีดังกล่าว เมื่อเครื่องบินเลี้ยวเข้าหลุมจอด รถดับเพลิงจึงฉีดน้ำออกมา แล้วเครื่องบินก็ค่อย ๆ ลอดอุโมงน้ำอย่างช้า ๆ จนจอดนิ่งสนิทในที่สุด

ขอขอบคุณทีมงาน Thai Lion Air สำหรับภาพถ่ายภาพนี้ครับ
ขอขอบคุณทีมงาน Thai Lion Air สำหรับภาพถ่ายภาพนี้ครับ

เสียงสัญญาณดังขึ้น ไฟสัญญาณรัดเข็มขัดก็ดับลง ภาพอันคุ้นตาก็กลับมาอีกครั้ง ผู้โดยสารต่างก็ลุกขึ้นมาหยิบกระเป๋าสัมภาระในช่องเก็บเหนือศีรษะด้านบน แล้วยืนต่อคิวเพื่อรอคอยออกจากเครื่อง ซึ่งต่างจากผม ที่ตอนนั้นรอเวลาให้ผู้โดยสารออกจากเครื่องจนเครื่องโล่ง ๆ ก่อน เพื่อที่จะถ่ายภาพบรรยากาศภายในห้องโดยสารเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถถ่ายได้มากมายนักเนื่องจากลูกเรือเขาต้องทำงานเก็บความเรียบร้อยกันต่อ ผมจึงถ่ายภาพมาไม่ได้มากเท่าไร จึงเดินไปด้านหน้าเครื่องเพื่อไปเก็บภาพที่นั่งชั้น Premium Economy class อีกครั้งด้วยความรีบร้อน เพราะเวลามีไม่มากเนื่องจากเครื่องบินลำนี้ จะต้องทำการบินกลับไปยังดอนเมืองอีกครั้งหนึ่งในเที่ยวบินถัดไป ภาพที่ได้มาจึงดูรีบ ๆ รก ๆ ไม่ค่อยน่าดูเท่าไรนัก ต้องขออภัยท่านผู้อ่านด้วยนะครับ และสุดท้าย ผมก็ได้ขออนุญาติกัปตันเข้าไปถ่ายภาพใน Cockpit หรือห้องนักบินเป็นที่ระลึกด้วยความรวดเร็ว เพราะไม่อยากไปรบกวนการทำงานของนักบินมากจนเกินไปครับ

เมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้ว ผมจึงเดินลงออกจากเครื่องบินเป็นกลุ่มสุดท้าย แล้วลงมาถ่ายภาพผู้บริหารของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กันอีกครั้ง และผมก็สังเกตุว่า ที่พื้นมีน้ำขังอยู่พอสมควร เพราะเมื่อกี้เพิ่งจะทำพิธีอุโมงน้ำมานั่นเอง ผมจึงได้ไปถ่ายภาพเครื่องบินลำนี้ในมุมสะท้อนน้ำโดยมีฉากหลังเป็นดอยสุเทพ อันเป็นเอกลักษณ์ของสนามบินเชียงใหม่เป็นที่ระลึก

สำหรับเส้นทางการบินของเครื่องบิน Airbus A330-300 ของสายการบิน ไทยไลอ้อนแอร์ ในช่วงเปิดตัวช่วงนี้ จะบินในเส้นทางภายในประเทศก่อนในบางเที่ยวบินของเส้นทาง ดอนเมือง – เชียงใหม่ และ ดอนเมือง – ภูเก็ต จนไปถึงช่วงต้นปีหน้า จะเริ่มให้บริการในเส้นทางต่างประเทศ ซึี่งผมได้ข้อมูลมาว่า น่าจะเป็นเส้นทาง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น นี่แหล่ะครับ แต่จะไปเมืองใด ตรงนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เอาเป็นว่า คงรอกันไม่นาน เดี๋ยวเราก็ได้รู้คำตอบพร้อม ๆ กันแน่ครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ กับการเล่าประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัสมา กับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน Thai lion air ด้วยเครื่องบิน Airbus A330-300 ในครั้งนี้ ซึ่งทั้งหมดที่ผมเล่ามาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านนั้น ผมได้เล่าตามประสบการณ์จริง เห็นอะไรดีก็อยากมาเล่าบอกต่อ เห็นอะไรที่เป็นจุดสังเกตุก็บอกอย่างตรงไปตรงมา หวังว่าคงจะชอบกันนะครับ ถ้าหากชอบ อย่าลืมแชร์บทความนี้บอกต่อให้คนอื่นได้อ่านกันอย่างทั่วถึงกันด้วยนะครับ

และที่สำคัญ อย่าลืมชม Video Review ประกอบบทความนี้ด้วยนะครับ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาจนจบครับ สวัสดีครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.