พาเดินชมเครื่องบินลำทดสอบ Airbus A350-1000
ที่ล้ำสมัย สวยโดดเด่นและน่าสนใจ

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา ผมได้เกียรติรับเชิญจากทางบริษัท Airbus ผ่านทาง TQPR และ การบินไทย ให้เข้าไปเดินสำรวจเครื่องบิน Airbus A350-1000 ซึ่งเครื่องบินลำนี้ เป็นเครื่องบินสำหรับทดสอบของบริษัท Airbus โดยตรงเลยหละ โดยการมาเมืองไทยของเครื่องบินลำนี้ ก็เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่บริษัท Airbus เขาได้จัด Demonstration Tour ในประเทศแถบทวีป Asia รวมไปถึง ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ด้วย ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ทาง Airbus ได้เลือกที่จะแวะและเชื้อเชิญให้ผู้ที่ถูกคัดเลือก ได้เข้าไปสัมผัสกับเที่ยวบินทดสอบกันจริง ๆ กลางทะเลอ่าวไทย. แต่เป็นที่น่าเสียดายครับที่ผมไม่ได้รับเลือกเข้าไปร่วมเที่ยวบินนี้ ผมจึงไม่มีข้อมูลประสบการณ์มาเล่าในเรื่องนี้ครับ. อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้รับเชิญให้เข้าไปเดินสำรวจรอบ ๆ เครื่องบิน รวมถึงได้เข้าไปในตัวเครื่องบิน ดูภายในห้องโดยสารจนไปถึงห้องนักบินเลยครับ ซึ่งบทความนี้ ผมจะเล่าเรื่องราวประสบการณ์ตรงนี้ โดยจะสอดแทรกเรื่องราวสาระของเครื่องบิน Airbus A350-1000 ลำนี้ลงไปด้วย. พร้อมกันรึยังครับ ? หากพร้อมแล้ว มาเดินสำรวจแล้วอ่านเรื่องราวไปด้วยกันเลย…

ก่อนอื่น ผมขอแนะนำให้ท่านผู้อ่าน ชม Video อันนี้กันก่อนที่จะอ่านบทความนี้ จะได้เห็นภาพเลยว่าอะไรเป็นอย่างไร หรือหากใครยังไม่อยากดู ก็ไปดูตอนท้าย หลังจากอ่านบทความจบก็ได้ครับ


วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 15.30 น. ณ อาคารฝ่ายช่าง การบินไทย สุวรรณภูมิ

 ในช่วงบ่ายวันนี้ ผมมีนัดกับทางบริษัท Airbus ที่ได้เชิญผมผ่าน TQPR และ การบินไทย ให้เข้าไปสำรวจเครื่องบิน Airbus A350-1000 ที่อาคารฝ่ายช่าง การบินไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ. เมื่อมาถึง ผมก็ได้ทำการลงทะเบียนพร้อมรับเอกสารมา 1 ชุด ที่ผมจะเอามาใช้เป็นเอกสารอ้างอิงประกอบบทความนี้ โดยวันนี้ มีบรรดาสื่อมวลชน เหล่า Blogger ด้านอากาศยาน มาร่วมงานนี้อยู่เป็นจำนวนมากเลยหละครับ. หลังจากรอไปซักพักใหญ่ เหล่าทีมงานจากบริษัท Airbus ซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้เดินทางมาถึงอาคารนี้ ผู้สื่อข่าวก็เริ่มทำงานกันตามหน้าที่ ถ่าย Video สัมภาษณ์กันพอสมควร จนถึงเวลาที่จะต้องเข้าไปด้านในโรงจอดเครื่องบินของการบินไทย ซึ่งเครื่องบิน Airbus A350-1000 กำลังจอดรอเราอยู่.

วินาทีแรกที่ผมเห็นเครื่องบินลำนี้ในระยะใกล้ ผมถึงกับร้องเลยครับว่า “สวยมากกกกก” คือนอกจากลายเครื่องบินของ Airbus ลำนี้ที่สวยอยู่แล้ว ความสมส่วนของมันที่มันยาวกว่ารุ่นก่อนหน้านี้คือ Airbus A350-900 มากกว่าเดิมถึง 7 เมตร ผมมองว่า มันสมส่วนพอดีกว่า ดูดีกว่าเยอะเลยครับ

ผมเดินสำรวจรอบ ๆ เครื่องบินด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับถ่าย Video เล่าเรื่องราวไป จนไปถึงส่วนท้ายเครื่องบินที่เขียนว่า 1000 ตามชื่อลงท้ายรุ่นของมันเอง และส่วนหาง ที่เขียนว่า A350 และมีลายของ Cabon Fiber ซึ่งเป็นวัสดุส่วนใหญ่ของเครื่องบินลำนี้ที่ทาง Airbus ได้เลือกนำมาใช้ โดยข้อดีของ Cabon Fiber ที่เด่น ๆ ที่ผมจะสรุปสั้น ๆ ได้เลยคือ “ทน , เบา , บำรุงรักษาง่าย” กว่าเดิมครับ

จากนั้นผมก็เดินย้อนกลับไปดูเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกในปัจจุบันนี้ ที่ทาง Airbus เลือกใช้กับเครื่องบินซีรี่ย์ A350XWB ทั้งหมด แต่เมื่อมองลงรายละเอียดลึกไปนิดนึงก็พบว่า เครื่องยนต์ที่ใช้กับเครื่องบิน Airbus A350-1000 นั้น จะเป็นคนละตัวกับ A350-900 นะครับ โดยตัว -1000 จะใช้รุ่น Trent XWB-97 ซึ่งจะมีแรงขับมากกว่า ส่วนรุ่น -900 จะใช้รุ่น Trent XWB-84 EP ครับ

มาดูในส่วนของปีกเครื่องบิน Airbus A350-1000 กันบ้างครับ ปลายปีก หรือ Winglet ของเครื่องบิน Airbus A350XWB นั้น จะมีลักษณะโค้งมนงออย่างสวยงาม แต่ก็มีข้อแตกต่างอยู่เล็กน้อยกันระหว่างรุ่น -900 และ -1000 นั่นคือ ชายปีกของรุ่น -1000 จะมีขนาดใหญ่กว่าครับ แต่ความยาวจากปีกถึงปีก ทั้งสองรุ่นจะยังคงยาวเท่าเดิม คือ 64.75 เมตร และที่ปีกนั้น ทาง Airbus เขาภูมิใจนำเสนอในเรื่องระบบ Aerodynamic แบบใหม่ของเขามากเลยครับ คือทาง Airbus เขาได้สังเกตุพฤติกรรมของนกเหยี่ยว ที่เวลาบินจะขยับปีกเล็กน้อยเท่านั้น ทาง Airbus จึงนำมาเป็นแรงบันดาลใจมาทำให้ปีกของเครื่องบินลำนี้ สามารถโค้งงอได้มากกว่าเดิม ส่งผลให้ช่วยลดแรงต้านบนปีกได้มากกว่าเดิม ทำให้บินไกลกว่าเดิม และประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเดิมครับ. อ้อ เมื่อพูดถึงเรื่องเชื้อเพลิง หากใครยังไม่รู้มาก่อนว่า เครื่องบินเขาเก็บเชื้อเพลิงไว้กันที่ไหน ก็ขอให้ความรู้กันเลยครับว่า เชื้อเพลิงจะถูกเก็บไว้ที่ปีกของเครื่องบินนี่แหล่ะครับ. ซึ่งเครื่องบินลำนี้ สามารถจุเชื้อเพลิงได้มากกว่ารุ่น -900 ด้วยนะ รุ่น -900 สามารถจุดได้ที่ 141,000 ลิตร ส่วนรุ่น -1000 นี้ สามารถจุได้ถึง 156,000 ลิตร เลยทีเดียว

สิ่งหนึ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลย นั่นคือเรื่อง “ล้อ” ของเครื่องบินรุ่นนี้ครับ สำหรับเครื่องบิน Airbus A350-1000 นั้น ในชุดล้อหลัก (Main Gear) ที่อยู่ตรงกลางเครื่อง จะใช้ชุดละ 6 ล้อ ซึ่งแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้คือ รุ่น A350-900 ชุดล้อหลัก (Main Gear) จะใช้ชุดละ 4 ล้อ ครับ ซึ่งตรงนี้จะเป็นอีก 1 จุดสังเกตุ ที่ช่วยแยกแยะระหว่างรุ่น -900 และ -1000 ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียวหละ

เอาหละ มาดูสรุปข้อมูลโดยรวมภายนอกของเครื่องบินลำนี้แบบสั้น ๆ กันก่อนที่ผมจะพาท่านผู้อ่าน เดินเข้าไปในห้องโดยสารกันก่อนดีกว่าครับ. เครื่องบิน Airbus A350-1000 ลำนี้เนี่ย เป็นพี่ใหญ่ที่สุดในตระกูล A350XWB ที่มีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน คือ A350-800 ที่ยังไม่ได้ผลิตออกมา เป็นรุ่นเล็กสุด , A350-900 ที่ผลิตออกมาเป็นรุ่นแรกเลยครับ ในประเทศไทยก็มีสายการบิน “การบินไทย” สั่งมาทั้งหมด 12 ลำ โดยรุ่นนี้ เป็นรุ่นขนาดกลาง และ A350-1000 ลำที่ผมกำลังเล่าเรื่องราวให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันอยู่นี้ เป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุดตามที่ผมบอกไว้แล้วครับ. สำหรับคำว่า XWB ที่ต่อท้ายชื่อ A350 นั้น มันย่อมาจาก Extra Wide Body หรือลำตัวกว้างพิเศษ มีความกว้างถึง 221 นิ้ว ซึ่งทาง Airbus เขาบอกว่า เป็นเครื่องบินประเภทสองทางเดินที่มีลำตัวกว้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเครื่องบินบริษัท Airbus ครับ และด้วยความยาวกว่ารุ่นก่อนถึง 7 เมตร ส่งผลให้สามารถบรรจุที่นั่งผู้โดยสารได้เพิ่มมาอีก จากเดิม รุ่น -900 สามารถจุได้ที่ 325 ที่นั่ง ส่วนรุ่น -1000 สามารถจุได้ที่ 366 ที่นั่ง เมื่อนำทั้งสองรุ่นมาจัดที่นั่งแบบ 3 ชั้นโดยสารในลักษณะเดียวกันครับ มากกว่าเดิมถึง 41 ที่นั่งเลยทีเดียว ทำให้ตอบสนองความต้องการของสายการบิน ที่จะนำมาพิจารณาความต้องการของลูกค้าสำหรับเรื่อง ความจุ พิสัยการบิน ประสิทธิภาพ และอื่น ๆ เมื่อสายการบินนั้น ๆ จะนำมาใช้ในการวางแผนใช้เครื่องบินให้คุ้มค่าสร้างรายได้ให้ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เครื่องบิน Airbus A350XWB ทุกรุ่นนั้น มีความยืดหยุ่นในการจัดการสูงพอสมควรเลยครับ โดยสายการบินสามารถเลือกจำนวนที่นั่งตามที่ต้องการได้ เพื่อลดน้ำหนักของเครื่องบินลง แล้วปรับให้เป็น LR หรือ Long Range คือ บินได้ไกลกว่าเดิม เต็มประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ซึ่งเครื่องบิน Airbus A350-1000 รุ่นนี้ สามารถบินได้ไกลโดยไม่หยุดแวะพัก ทำได้ที่พิสัยการบิน 8,000 ไมล์ทะเล (14,800 กิโลมตร) เลยทีเดียว

เมื่อนำข้อมูลทุกอย่างมารวมกันแล้ว ทาง Airbus เขาเคลมมาเลยครับว่า “นวัตกรรมเหล่านี้ จะมอบผลการดำเนินงานทางธุรกิจให้แก่ผู้ปฏิบัติกสารได้ดีกว่าถึงร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นคู่แข่ง”ครับ

ในส่วนอื่น ๆ ที่โดดเด่นของเครื่องบินลำนี้ ก็จะมีเรื่องมลภาวะทางเสียงที่ลดน้อยลงไปกว่าเดิม ซึ่งระดับเสียงนั้น ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ ICAO หรือ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ กำหนดไว้ถึง 16.5 EPNdB และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม คือลดการปล่อยก๊าซต่าง ๆ (ไนโตรเจนออกไซต์ ต่ำกว่าข้อจำกัด CAEP/6 ถึงร้อยละ 21 และ คาร์บอนไดออกไซด์ลดลงร้อยละ 25) สรุปคือ เป็นเครื่องบินที่รักโลก รักสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับชุมชนได้มากกว่าเดิมครับ

สำหรับเรื่องการบำรุงรักษานั้น ข้อเด่นของเครื่องบิน Airbus A350-1000 สามารถใช้อะไหล่ร่วมกันได้ถึงร้อยละ 95 เลยครับ หากสายการบินไหนมีทั้งรุ่น -900 และ -1000 ก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้เต็ม ๆ ในเรื่องอะไหล่ที่สามารถเอามาใช้ร่วมกันได้เกือบทั้งหมดเลยหละ

สรุปแล้ว เครื่องบิน Airbus A350-1000 จะมีข้อแตกต่างจากรุ่น A350-900 อยู่เรื่องใหญ่ ๆ ก็คือ เรื่องชายปีกที่ยาวขึ้น , ชุดล้อหลัก (Main Gear) ที่ใช้แบบหกล้อ และเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB ที่มีกำลังมากขึ้นครับ


เอาหละ หลังจากทราบเรื่องราวข้อมูลเด่น ๆ ที่สำคัญของเครื่องบินลำนี้ที่อยู่ภายนอกลำตัวเครื่องกันพอหอมปากหอมคอกันแล้ว  ก็มาดูในส่วนภายในลำตัวเครื่องบินกันบ้างดีกว่าครับ. ในตอนที่ผมเดินขึ้นบันไดเพื่อเข้าสู่ภายในตัวเครื่องบินนั้น ผมก็ได้รับการต้อนรับจากทีมงานของ Airbus ซึ่งเป็นชาวต่างชาติด้วยหละ และเธอคนนี้ ก็ทำหน้าที่เป็นไกด์แนะนำภายในห้องโดยสารของเครื่องบินลำนี้ด้วย ในตอนนั้นเอง ทั้งสองมือของผมก็ถือทั้งโทรศัพท์มือถือ ที่ถ่าย Live สดผ่าน Facebook และอีกมือก็ถือกล้อง DSLR ถ่าย Video เอาไว้ จึงค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร ยอมรับว่า สมาธิในตอนนั้นก็จับจ่ออยู่ที่กล้องทั้ง 2 มือมากไปจนแทบไม่ได้สื่อสารกับทีมงาน Airbus เลย จนลืมทำอะไรไปหลายอย่างเลยครับ ทั้งเรื่องการถามคำถาม และการบอกให้เขาช่วยทดลองนั่งให้ดูหน่อยว่า ระยะเก้าอี้ได้ประมาณไหน อะไรประมาณนี้ ซึ่งตรงจุดนี้ผมก็ต้องขออภัยท่านผู้อ่านในความผิดพลาดตรงนี้ด้วยครับ แต่ผมจะมาสรุปในสิ่งที่เธอเล่าให้ฟังและข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารกันอย่างคร่าว ๆ และง่าย ๆ ให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันครับ

เครื่องบิน Airbus A350XWB นั้น ทาง Airbus เขามีแนวคิดการออกแบบห้องโดยสารที่เรียกว่า Airspace คือ เขาออกแบบโดยใช้โค้งที่ดูนุ่มนวล เป็นเส้นไหลอย่างสม่ำเสมอ และ เรื่องการให้แสงสว่างที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่จะสร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์และผ่อนคลายนั่นเอง

อย่างที่บอกเอาไว้ในตอนต้นครับว่า เครื่องบิน Airbus A350XWB นั้น มีขนาดลำตัวที่กว้างเป็นพิเศษ (221 นิ้ว) ซึ่งความกว้างที่มากขึ้น การจัดที่นั่งในห้องโดยสารแบบ 3-3-3 หรือ 9 ที่นั่งต่อแถวในชั้นประหยัด สามารถใช้ที่นั่งกว้าง 18 นิ้วได้เลย และหากจะจัดแบบ 2-4-2 หรือ 8 ที่นั่งต่อแถว ก็จะใช้ที่นั่งกว้าง 19 นิ้วได้เลยครับ

ใต้ที่นั่งของเครื่องบินลำนี้ จะดู “โล่ง” กว่าเดิม เพราะ Airbus A350XWB เขาได้นำระบบต่าง ๆ รวมถึงสายไฟ ย้ายไปอยู่ใต้พื้นทั้งหมดเลย ซึ่งมันช่วยให้มีพื้นที่ใต้ขามากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เรารู้สึกสบายขา ไม่มีอะไรมาเกะกะที่ขาแล้วครับ

ที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะของเครื่องบิน Airbus A350XWB นั้น มีอะไรที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันครับ Airbus เขาจัดเต็มมาก เพราะเขาเพิ่มขนาดที่เก็บกระเป๋าให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งส่งผลดีกับผู้โดยสารที่มีขนาดกระเป๋าที่ใหญ่ สามารถใส่เข้าไปในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะได้มากกว่าเดิม และในส่วนชั้นธุรกิจ นั้น สามารถตัดช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะในส่วนกลางของห้องโดยสารออกไปได้ ซึ่งส่งผลให้เพดานดูโล่งกว่าเดิม ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกโล่งสบายมากกว่าเดิมด้วยครับ. ซึ่งตรงนี้ จะเป็น Option ที่ทางสายการบินสามารถเลือกได้ว่า ต้องการจะตัดออกหรือไม่ก็ได้ ตามที่แต่ละสายการบินต้องการเลยครับ อย่างของการบินไทยเนี่ย ไม่ได้ตัดตรงนี้ออก ยังคงมีช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะตรงกลางห้องโดยสารชั้นธุรกิจเอาไว้ครับ.

ยังมีเรื่องเล็ก ๆ ที่ผมจะไม่พูดถึงก็น่าเสียดายแย่. เมื่อช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะปิดเรียบร้อยแล้ว ด้านใต้ช่องจะมีร่องเล็ก ๆ ที่มีความยาวตลอดแนวช่องเก็บสัมภาระด้วยครับ ซึ่งช่องเล็ก ๆ นี้เนี่ย มีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงเลยหละ. ช่องเล็ก ๆ นี้ มีไว้ใช้จับเพื่อพยุงตัวในเหตุการณ์ต่าง ๆ ครับ เช่น โดยปกติแล้ว เวลาเราเดินในช่องทางเดิน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น เครื่องสั่น ตกหลุมอากาศ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้เรามีโอกาสเสียการทรงตัว หากเป็นเครื่องบินรุ่นอื่น สิ่งที่เราจะคว้าได้คือ การไปจับเบาะที่นั่งที่ผู้โดยสารคนอื่นกำลังนั่งอยู่ใช่ไหมครับ แน่นอนครับ ทำแบบนี้มันก็เป็นการรบกวนผู้โดยสารแต่สำหรับเครื่องบิน Airbus A350XWB ที่มีช่องจับตรงนี้ เราสามารถเอามือคว้าไปจับเพื่อทรงตัวได้ทันที ซึ่งมันแทบไม่รบกวนผู้โดยสารที่กำลังนั่งอยู่บริเวณนั้นเลยหละครับ

ภายในห้องโดยสารเครื่องบิน Airbus A350XWB นั้น สามารถปรับความดันภายในห้องโดยสารได้ดีกว่าเดิม คือ สามารถปรับความดันได้ต่ำเทียบเท่ากับความสูง 6000 ฟุต เมื่อเครื่องบินกำลังบินอยู่ที่ความสูงในขณะเดินทาง (โดยปกติแล้ว อยู่ที่ประมาณ 30,000 – 40,000 ฟุต) อีกทั้งยังมีระบบถ่ายเทอากาศภายในห้องโดยสารใหม่ทุก ๆ 2-3 นาที ซึ่งส่งผลให้เกิดความชื้นภายในห้องโดยสารมากขึ้นกว่าเดิม ผู้โดยสารก็จะรู้สึกผิวแห้ง หิวน้ำ ลดน้อยลงไปกว่าเดิมครับ.

ในเรื่องระบบแสงสว่างภายในห้องโดยสารของ Airbus A350XWB นั้น ได้ใช้ระบบไฟ LED ที่มีเฉดสีถึง 16.7 ล้านสี ทำให้แต่ละสายการบินสามารถสร้างไฟเฉดสีได้โดยเฉพาะของสายการบินเลยครับ สามารถจำลองแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาต่าง ๆ เช่น ตอนพระอาทิตย์ขึ้น และ ตอนพระอาทิตย์ตก ที่มีแสงที่นวลตา ซึ่งทั้งหมดนี้ จะช่วยสร้างความรื่นรมให้กับผู้โดยสารและยังช่วยลดอาการสับสนเวลาการเดินทาง หรือที่เรียกกันว่า Jetlag เรียกได้ว่า นอกจากจะสวยตื่นตาแล้ว ยังมีประโยชน์อีกด้วยครับ

สำหรับเรื่องความบันเทิงบนเครื่องบิน Airbus A350XWB นั้น Airbus เขาออกแบบระบบใหม่เป็นรุ่นที่ 4 แล้วครับ (4th-generation systems) โดยเลือกใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) มาใช้ ซึ่งข้อดีของมันคือ มันมีความถี่ (Bandwidth) ที่สูงมาก ทำให้ช่วยการส่งข้อมูลได้ปริมาณมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทำให้เราสามารถดูความบันเทิงผ่านหน้าจอ IFE ได้คมชัดกว่าเดิมจากไฟล์ที่มีความคมชัด และการโหลดข้อมูลมายังหน้าจอก็ยังรวดเร็วกว่าเดิมอีกด้วย

พอพูดถึงหน้าจอ IFE แล้ว จุดเด่นของเครื่องบิน Airbus A350XWB ที่เครื่องบินของบริษัทคู่แข่งสำคัญยังไม่มีในตอนนี้ นั่นคือ การอนุญาตให้กดดูภาพจากกล้องมองภาพภายนอกเครื่องบินครับ โดยเครื่องบิน Airbus A350XWB สามารถดูภาพจากบนปีกท้ายเครื่องบินได้ด้วย ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่แถวกลางเครื่องนั้น ได้เห็นบรรยากาศภายนอกเครื่องบินได้โดยไม่ต้องมองออกไปที่หน้าต่างครับ (เครื่องบิน Airbus A380-800 ก็ดูภาพจากกล้องนี้ได้เช่นเดีนวกันครับ)

สำหรับเครื่องบิน Airbus A350-1000 ลำทดสอบ ที่ผมเข้ามาดูในครั้งนี้ จะมีสิ่งที่พิเศษที่ทำผมรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นมัน นั่นก็คือ อุปกรณ์ทดสอบต่าง ๆ ที่ตั้งเอาไว้บนเครื่องบินลำนี้ครับ โดยจะติดตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเครื่องบิน ทั้งบริเวณหน้าต่าง , ที่เบาที่นั่งชั้นประหยัด ตรงกลางห้องโดยสารส่วน และที่โดดเด่นที่สุดคือ เครื่องวัดระบบต่าง ๆ ที่มีหน้าจออยู่เต็มไปหมด ถูกตั้งเอาไว้แถวหน้าของห้องโดยสารส่วนท้าย โดยเจ้าเครื่องนี้เนี่ย จะบอกค่าต่าง ๆ ของเครื่องบินลำนี้อย่างละเอียดมาก โดยบางค่านั้น จะไม่เห็นในห้องนักบินด้วย ซึ่งเมื่อมีการบินในแต่ละครั้ง ก็จะมีวิศวกรมานั่งประจำในจุดนี้ เพื่อสังเกตุและเก็บข้อมูลต่าง ๆ เอาไว้ แล้วเมื่อเครื่องบินลงจอดเมื่อไร ค่าต่าง ๆ ก็จะถูกส่งไปยังโรงงานเพื่อเก็บเป็นข้อมูลเอาไว้พัฒนาเครื่องบินต่อไปในอนาคต

มาดูในห้องนักบิน หรือ Cockpit กันบ้างครับ สิ่งที่ผมเห็นเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องนักบิน นั่นคือ หน้าจอขนาดใหญ่จำนวน 6 จอ ที่แสดงข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่นักบินใช้ทำงานกัน และวินาทีต่อมา ผมก็พบกับ กัปตันอิษฏ์ กัปตันที่พาเครื่องบิน Airbus A350-900 ลำแรกของการบินไทย เดินทางจากตูลูส ประเทศฝรั่งเศส มายังประเทศไทย ในเที่ยวบินส่งมอบ ที่ผมได้เคยทำรีวิวเอาไว้แล้ว.

ประสบการณ์จากตูลูสถึงเมืองไทย กับเที่ยวบินส่งมอบเครื่องบิน Airbus A350 ลำแรกของการบินไทย

ผมได้มีโอกาสได้ถามกัปตันเรื่องการเทรนนักบิน Airbus A330 ที่ต้องการย้ายมาบินกับเครื่องบิน Airbus A350XWB นั้น จะใช้เวลามากน้อยแค่ไหน เรียนรู้มากขึ้นกว่าเดิมมากไหม ซึ่งคำตอบก็ทำเอาผมตกใจเลยครับ เพราะการฝึกอบรมเรียนรู้การเปลี่ยนย้าย Type เครื่องบินจาก A330 มา A350XWB นั้น ใช้เวลาเพียง 8 วันเท่านั้น คือ เรียนทฤษฎี 4 วัน และเข้าไปฝึกใน Flight Simulator แบบ non motion อีก 4 วัน ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว และกัปตันยังบอกอีกว่า นักบินสามารถถือใบอนุญาตบินได้ทั้ง 2 แบบได้เลยอีกด้วย. ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อดีของเครื่องบินลำนี้ ที่จะช่วยลดเวลาการเทรนนักบินลงได้ หากสายการบินที่จะสั่งซื้อเครื่องบิน Airbus A350XWB มีนักบินที่ถือใบอนุญาตบินเครื่องบิน Airbus A330 อยู่แล้วครับ

สรุปแล้ว ภายในห้องโดยสาร Airbus A350-1000 นั้น นอกจากเรื่องจำนวนที่นั่งที่มากกว่ารุ่น A350-900 เพราะขนาดลำตัวที่ยาวกว่านั้น อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมเลยครับ


หลังจากเดินสำรวจภายในห้องโดยสารจนทั่วแล้ว ทีมงาน Airbus ก็ได้บอกว่า พวกเราต้องออกจากเครื่องกันแล้ว เพื่อให้ผู้เข้าชมในชุดต่อไปได้ทยอยผลัดเปลี่ยนเข้ามาดูกันต่อ ผมจึงเดินออกมาจากตัวเครื่องแล้วถ่ายภาพ ถ่าย Video เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก พร้อมกับความประทับใจในประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ ที่ทางบริษัท Airbus ได้ให้โอกาสเชิญผม ผ่านทาง TQPR และ การบินไทย ซึ่งผมต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากเลยครับ

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วยังไม่ได้ดู Video ประกอบบทความนี้ ผมก็ขอแนะนำให้ดูกันด้วยนะครับ

สำหรับใครที่ต้องการศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติมของเครื่องบินลำนี้ ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้าเว็บไซต์รวมบทความรีวิวของเครื่องบิน Airbus A350XWB ที่ผมเคยทำเอาไว้ ซึ่งในบทความนี้ ผมจะพาท่านผู้อ่านไปทัวร์โรงงานประกอบชิ้นส่วนขั้นตอนสุดท้าย ที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส เลยหละ. หากสนใจ ก็เข้าไปดูได้ที่ http://www.pocket.in.th/a350 ได้เลยครั้บ

ครั้งต่อไป ผมจะพาท่านผู้อ่านไปผจญภัยที่ไหน ไปดูอะไร ไปชิมอะไร ก็โปรดติดตามผมได้ที่เว็บไซต์ www.pocket.in.th ได้เลยนะครับ สำหรับวันนี้ ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.